วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553
การตลาดแบบโดราเอมอน
บทเรียนเถ้าแก่จากโดราเอมอน
1. หาจุดขายของสินค้า
2. หาลูกค้า ทดลองใช้
3. ไม่ย่อท้อ
4. ประสพการณ์ผู้ใช้สินค้าสำคัญกว่าคำโฆษณา
วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2553
ไอศครีมดอกไม้
เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2553 เวลาห้าทุ่ม ผมชมรายการทีวี SME ตึแตก ทางช่อง 5 คืนนี้พิเศษกว่าทุกคราว เพราะเจ้าของธุรกิจที่คุณปัญญานำมาแนะนำในรายการนั้น เป็นคนที่ผมรู้จัก บรรยากาศคืนนั้น เลยต้องลุ้นมากเป็นพิเศษว่า "ไอเดีย"สดใหม่ของคนที่ผมคิดว่าจะเป็น "ผู้นำนวัตกรรมธุรกิจ"ของไทยในอนาคตจะสามารถตีโจทย์ที่กรรมการถาม แตกหรือไม่?"คุณโจ้" หรือ พีรวงศ์ จาตุรงคกุล เป็นคนหนุ่มที่น่าสนใจ ผมเคยให้เขามาช่วยบรรยายเรื่องการพัฒนาสินค้าโอทอปเมื่อหลายปีก่อน ในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัทอุตสาหกรรมขนมไทย เขามีโอกาสเก็บข้อมูลที่ "อัมพวา" และก็พบ "ภูมิปัญญา" ที่น่าสนใจของชุมชนหลายอย่างที่ควรจะนำมาต่อยอดได้.............
ไม่นานนัก ผมก็ได้ข่าวว่าเขาเปิด ร้านกำปั่น เป็นร้านอาหารต้นแบบ ที่มีบรรยากาศ และอาหารรสชาติแปลกใหม่ และกลายเป็นที่นิยมของผู้คนที่ไปเยือนอัมพวา ถึงขนาดต้องจองโต๊ะล่วงหน้า
เจอกันครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว "คุณโจ้" ก็เซอร์ไพร์สผมด้วยการเปิดโฮมสเตย์เล็กๆ ที่อัมพวา เป็นห้องที่มีสีสันฉูดฉาดบาดตา จนต้องนำมาเขียนลงในเว็บบล็อกให้ผู้ชมต้องตามไปพิสูจน์ด้วยสายตากันเอง
กระทั่งเขามาออกรายการทีวีด้วยธุรกิจใหม่ล้ำ ที่ใครหลายคนคงคิดไม่ถึงว่าจะนำ "ดอกไม้มาทำเป็นไอศครีม" รับประทานก็ได้ด้วย...

"คุณโจ้" เล่าเรื่องการสร้างแบรนด์ไอศครีมดอกไม้ "ศรีมาลา" ว่ามาจากชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่ง แต่การออกแบบฟ้อนต์นั้น ต้องยอมรับว่ายังมีส่วนคล้ายคลึงกับไอศรีมเจ้าดัง เพื่อให้ลูกค้าคุ้นเคยง่ายขึ้น
มาออกรายการทีวีครั้งนี้ก็ต้องตั้งเป้า....ให้กรรมการซักถาม
เป้าหมายที่ว่าคือจะขายไอศรีมให้ได้มูลค่า 12 ล้านต่อปี เฉลี่ยคือเดือนละล้าน แล้วก็เป็นหน้าที่ของกรรมการสามท่านจะต้องซักว่ามีกลยุทธ์อย่างไรกันบ้าง !?
กลยุทธ์ที่ "คุณโจ้" เปิดเผยออกอากาศวันนั้นประกอบด้วย 5 กลยุทธ์ที่น่าสนใจ
1. การออกรสชาติใหม่ๆ ทุกเดือน
2. ชิมฟรี (Free Test)
3. ซื้อ 10 แถม 1 สะสมแต้ม (ระยะยาว)
4. ในกรณีที่ลูกค้ามาซื้อเยอะทันที ก็ซื้อ 10 แถม 2 ไปเลย แถมด้วยบรรจุภัณฑ์รูปนก ที่ไปชนะรางวัลประกวดระดับโลกมาแล้ว
5. การใช้กลยุทธ์ Below The Line เชื่อมธุรกิจเข้ากับชุมชน
กรรมการตัดสินครั้งนี้ ประกอบด้วย อ.ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย บรรณาธิการ ไทคูน แล้วยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากธนาคารกสิกรไทย และ ทายาทธุรกิจของไอศครีมมหาชัย มาร่วมซัก
ระหว่างการชม ผมเห็น "คุณโจ้" ตอบที่มาที่ไปของแต่ละกลยุทธ์ได้อย่างน่าสนใจ เช่น ทำไมต้องออกหลายรสชาติ ในเมื่อลูกค้าส่วนใหญ่นิยมไอศครีมเพียงไม่กี่รสชาติเท่านั้น คุณโจ้อธิบายว่า การทำธุรกิจควรมีของให้ลูกค้าเลือกพอสมควร เหมือน ไอศครีมมหาชัย ที่แม้เป็นไอศครีมกะทิเพียงอย่างเดียว แต่ก็มีทอปปิ้ง ผลไม้หลายชนิดราด การทำไอศครีมหลายรสชาติ ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องทำทุกรสชาติในปริมาณมากเสมอไป
ครั้นพอกรรมการซักว่ากลยุทธ์ที่ 3 จะมีใครเก็บบัตรสะสมแต้ม เพื่อมาเอาของแถมระยะยาว คุณโจ้ก็ตอบทันควันว่ามีกลยุทธ์ที่ 4 ที่ แถมให้แบบทันทีก็มี เรียกว่ารู้จัก "จุดอ่อน" และหากลยุทธ์เสริมเสร็จสรรพ
งานนี้ ไม่มีลุ้นครับ SMEรายนี้ ตีโจทย์แตกฉลุย รับเงินแสนบาทกลับบ้านแน่นอน!!!
คืนวันเสาร์ผมรีบโทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับเขา...โดยเฉพาะ กลยุทธ์สุดท้าย เพราะ "คุณโจ้" ยอมรับว่าเป็น SME คงไม่มีทุนหนาพอที่จะทำโฆษณาได้ จึงใช้วิธีการสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน "ธุรกิจกับสังคมควรไปด้วยกัน" โดยเริ่มต้นที่อัมพวาก่อน
ผมเห็นด้วยกับ อ.ธันยวัชร์ ที่แนะนำว่า ธุรกิจของคุณโจ้ น่าจะเริ่มได้ในหลายชุมชน เช่น สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ ของประเทศ อาทิ เชียงใหม่, หัวหิน, ภูเก็ต, พัทยา ผมเห็นว่าเขาไม่ควรปิดโอกาสตัวเอง เลยแนะนำว่า ลำพังดูแลไม่ทั่วถึง ก็ลองหา "เพื่อน" ที่มีความพร้อมด้านสถานที่อยู่ก่อนแล้ว มาทำธุรกิจร่วมกัน ใครที่สนใจ ก็สามารถโทรไปคุยรายละเอียดกับคุณโจ้ โดยตรงได้ที่ โทร 0817543400
สำหรับผู้ที่อยากชิมไอศครีมดอกไม้ "ศรีมาลา" อดใจรออีกนิด เพราะวันที่ 5 เดือน 5 คุณโจ้จะเปิด "ร้านศรีมาลา" (ขณะนี้กำลังตกแต่งบรรยากาศย้อนยุคอยู่) ที่อัมพวา ใกล้ร้านกาแฟชื่อดังสมานการค้า...วันนั้นไม่ต้องกลัวหลงครับ ไปอัมพวาแล้ว เจอร้านไอศครีมไหน ลูกค้านั่งกันเต็มร้าน คนมุงกันเยอะๆ นั่นแหละ ไม่ผิดร้านแน่นอน!
วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553
ภาพวาดศิลปะระดับโลก
วาดการ์ตูนล้อเลียน
ในโลกออนไลน์ก็มีธุรกิจประเภทนี้ด้วยเหมือนกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีฝีมือวาดเขียน ก็สามารถแปลงเป็นธุรกิจและหารายได้ให้กับตนรวมถึงครอบครัวได้ ลองแวะเข้าไปดูไอเดียได้ที่ http://lorlean.nonggift.com/
กล่องป้ายไฟ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ถ้ารู้จักนำความชำนาญผนวกเข้ากับไอเดียสร้างสรรค์ คิดงานที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง แม้จะไม่ใช่งานใหม่ แต่ก็เป็นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อาจจะสามารถจำหน่ายสร้างรายได้อย่างน่าสนใจ อย่างเช่นงาน “ป้ายไฟ” ที่ทีม “ช่องทางทำกิน” มีข้อมูลมานำเสนอในวันนี้...
“ป๊อบ-พนัชกานต์ ฉันทเลิศวิทยา” มีอาชีพทำ “ป้ายไฟ” ที่มีความโดดเด่นแปลกใหม่ โดยรับทำเป็น รูปหน้าคน และ รูปต่าง ๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ เจ้าตัวเล่าว่า สำหรับการทำป้ายไฟตัวนี้เป็นงานอาชีพเสริมที่ใช้เวลาว่างช่วงเย็นหลังเลิกงานประจำและช่วงวันหยุดผลิตออกมาจำหน่าย โดยปกติทำงานประจำเป็นพนักงานอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งกับงานป้ายไฟนั้นเพิ่งเริ่มทำออกมาจำหน่ายเมื่อต้นปีที่ผ่านมา
“เริ่มมาจากการที่เป็นคนชอบป้ายไฟของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เวลาไปเดินซื้อของตามตลาดเปิดท้ายก็มักจะเจอพ่อค้าแม่ค้านำมาวางจำหน่าย ดูแล้วสวยงาม อยากได้มาแต่งบ้าน พอดีน้องชายทำงานเกี่ยวกับป้ายโฆษณา และทำป้ายร้านอยู่แล้ว จึงออกแบบรูปและให้น้องชายทำป้ายไฟออกมาให้ เพื่อเอาไว้แต่งบ้าน แต่หลังจากที่ทำแล้วผลงานออกมาดูลงตัวสวยงามดี จึงเกิดความคิดที่จะทำออกจำหน่ายเสียเลย จึงร่วมกันกับน้องผลิตออกมาจำหน่าย เริ่มเปิดตลาดโดยการประกาศขายทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็ได้รับความสนใจและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี จึงทำเป็นอาชีพเสริมเรื่อยมา”
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มทำออกจำหน่ายนั้น จะต้องไปเดินสำรวจตลาดดูก่อน จะได้รู้ราคาป้ายไฟที่คนอื่นขายกัน จะได้มากำหนด ราคาขายได้เหมาะสม ไม่ให้ราคาสูงเกินไป ป๊อบบอกต่อว่า “งานป้ายไฟของเรานั้นจะเน้นทำออกมาให้สามารถขายได้ทุกเทศกาล ซึ่งรูปต่าง ๆ จะมีการเปลี่ยนไปให้เข้ากับเทศกาลต่าง ๆ และงานเราจะเน้นเป็นงานกราฟิก แต่ที่เป็นจุดเด่นของเรานั้นจะทำเป็นรูปหน้าคนที่ลูกค้าสามารถสั่งทำได้ แค่มีรูปมาให้เรา หรือต้องการสั่งทำตามรูปแบบที่ต้องการก็ได้” การทำป้ายไฟรูปแบบนี้นั้น มีความสำคัญอยู่ที่ว่าจะต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการตกแต่งรายละเอียดของรูป เพราะฉะนั้นคนที่ทำจะต้องพอมีความรู้เรื่องการแต่งรูปในคอมพิวเตอร์อยู่บ้าง
สำหรับวัสดุอุปกรณ์ในการทำงานประเภทนี้ หลัก ๆ ก็มี...คอมพิวเตอร์, เครื่องตัดสติก เกอร์, กล่องไฟสังกะสี, ชุดหลอดไฟ, แผ่นอะคริลิกใส, สติกเกอร์, คัตเตอร์ เป็นต้น ในส่วนของกล่องไฟสังกะสีนั้น สามารถสั่งให้ร้านทำป้ายทำให้สำเร็จรูปได้เลย เพียงแค่เรากำหนดไซซ์ตามที่เราต้องการไป แต่จะต้องสั่งทำเป็นจำนวนหลายชิ้นถึงจะได้ในราคาที่ถูกลง ซึ่งสำหรับป๊อบจะสั่งทำ 3 ขนาด เล็ก-กลาง-ใหญ่ ราคาอยู่ที่ชุดละ 250-350-650 บาท ตามขนาด นี่เป็นราคาที่รวมหลอดไฟที่ติดมาให้แล้ว และรวมแผ่นอะคริลิกใสด้วย ซึ่งกล่องไฟนี้จะสั่งทำให้มีฝาปิด-เปิดด้านบนได้ด้วย เพื่อความง่ายต่อการเปลี่ยนหลอดไฟเมื่อหลอดเสีย สติกเกอร์ที่ใช้ทำนั้น ถ้าเป็นสติกเกอร์สีดำ หรือสีอื่น ๆ ต้องใช้ไฟสีนวล ถ้าเป็นสติกเกอร์สีขาว จะใช้ไฟสีส้ม งานจึงจะออกมาดูสวยงาม
เตรียมวัสดุพร้อมแล้ว ขั้นตอนการทำก็เริ่มจาก...นำไฟล์รูปที่ต้องการจะทำไปทำการแต่งภาพในคอมพิวเตอร์ โดยใช้ทั้งโปรแกรมโฟโต้ช็อปและโปรแกรมตัดสติกเกอร์ ถ้าเป็นรูปที่มีรายละเอียดมาก ๆ ก็จะทำยาก เพราะฉะนั้นควรเลือกรูปที่มีรายละเอียดไม่เยอะ เมื่อทำการแต่งรูปเรียบร้อย ก็พรินต์ออกมาที่เครื่องตัดสติกเกอร์ จากนั้นก็นำมาดึงสติกเกอร์ตรงส่วนที่จะให้แสงไฟลอดออก ถ้าไม่มีเครื่องตัดสติก เกอร์ก็ต้องใช้ความสามารถในการตัด โดยตัดหลังพรินต์รูปออกมา หลังจากที่ตัดสติกเกอร์ตามรอยที่เรากำหนดเรียบร้อยแล้ว ก็นำสติก เกอร์ไปทำการติดลงบนแผ่นอะคริลิกใส จากนั้นนำแผ่นอะคริลิกใสที่ติดสติก เกอร์แล้วไปใส่ไว้ด้านหน้าของกล่องไฟ ใช้สว่านเจาะรูด้านบน นำฝาบนมาประกบยึดนอตให้แน่น เท่านี้ก็จะได้ป้ายไฟตามที่ต้องการ ป้ายไฟของป๊อบ-พนัชกานต์ที่ทำออกจำหน่ายนั้นมี 3 ไซซ์ ขนาดเล็ก 16x40 ซม., ขนาดกลาง 30x40 ซม., ขนาดใหญ่ 40x60 ซม. มีราคาขายส่งอยู่ที่ 450-550-900 บาท แต่ต้องสั่ง 3–6 ชิ้นขึ้นไป และถ้าสั่งทำเป็นรูปหน้าคนก็มีราคาอยู่ที่ 1,200 บาท หรือจะสั่งทำเป็นรูปอื่น ๆ ราคาก็จะขึ้นอยู่ที่ความยากง่ายของรายละเอียดชิ้นงาน
ทั้งนี้ พนัชกานต์ยังมีการต่อยอดสินค้าทำเป็นป้ายไฟที่เป็นนาฬิกาอีกด้วยสำหรับใครที่สนใจงาน “ป้ายไฟ” ของป๊อบ-พนัชกานต์ อยากสั่งทำ อยากรับไปจำหน่ายต่อ ต้องการสั่งทำให้เป็นแบบของตัวเอง ก็สามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ที่ โทร. 08-9490-2405 ซึ่งนี่ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งในการทำงานประดิษฐ์โดยใส่ไอเดียให้เป็นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเป็น “ช่องทางทำกิน” ที่ดี !!.
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน
+++++++++++++++++
ปล.ผมพบบทความนี้ เมื่อเข้าไปในเว็บไซต์ www.pantip.com โดยเจ้าของธุรกิจไปโพสต์กระทู้ประชาสัมพันธ์ไว้ http://www.pantipmarket.com/items/9939450
วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553
ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้าน
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
แอมยังอยากจะให้น้องชายแอมเรียนเสริมด้านช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มเติม
เพราะ แอมคิดไว้ว่า อยากจะ ให้น้องรับจ้างซ่อม.. ตามบ้าน แอมมองว่าปัจจุบัน คนมีเครื่องใช้ไฟฟ้าพังๆ ที่จะทิ้งก็ไม่กล้าทิ้ง เสียดาย..เก็บเป็นขยะประจำบ้านไว้มากมาย .. ครั้นจะเอาไปให้ร้านซ่อม ก็ไม่มีเวลา และ เสียดายค่าซ่อม..
แอมเลยปิ้งไอเดีย .. ถ้าไม่มีเวลาเอาไปซ่อม ก็จะ รับจ้างไปซ่อมให้ที่บ้าน คิดราคากันเอง เครื่องเก่าก็สามารถใช้ต่อได้ .. ช่องทางของการนำเสนอ ก็ ค งใช้ ทางอินเทอร์เน็ต ล่ะค่ะ ก็ เผยแพร่หลายช่องทางที่ ได้ร่ำเรียนมาล่ะค่ะ .. อาจารย์ว่าเป็นไงคะ ... แล้ว กรณีนี้..แอมจะต้องทำอย่างไรบ้าง..
(กรณีแอมมีเว็บของแอมแล้ว แอม ลิ้ง กับ บล็อกรับจ้างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าตามบ้าน ได้มั้ยคะ หรือต้องทำวิธีไหน..) คือตอนนี้ ในสมอง มันอยากจะทำโน่น อยากจะทำนี้.. เลยต้อง มา ลำดับความอยากทำ และ ความต้องการของตลาดดูว่า เขาต้องการอะไร..จะได้เลือกสินค้า และบริการได้ถูกใจ.. ก็อาจารย์เคยสอนว่า ถ้าจะขายของ ต้องดูว่าลูกค้าต้องการอะไร .. ไม่ใช่คนขายอยากจะขายอะไร.. ?? แอมยังจำได้อยู่..
เพราะ แอมได้ไอเดีย มาจาก ไปรู้จักสองพี่น้องคู่นึง ตัวพี่ เคยเป็นลูกจ้าง ร้านติดฟิล์มรถยนต์ ทำงานเป็นลูกจ้างมา หลายปี เบื่อๆ เลยออกมา แล้วก็มารับจ้างติดฟิล์มรถยนต็ตามบ้าน ..โดยเขาก็มองคล้ายๆ กับแอมค่ะว่า คนจะเอารถไปให้ร้านติดฟิล์มให้ .. ราคาก็แพง ต้องรอเป็นวันๆ เสียเวลา .. ก็ใช้วิธี ไปติดให้ที่บ้าน .. เจ้าของรถก็นอนตีพุงดูทีวี พักผ่อนอยู่กับบ้านได้ .. สองพี่น้องก็ช่วยกันติดฟิล์มให้ลูกค้าไป ..
ซึ่ง น้องคนนี้เขามีความชำนาญ และมีความรู้เรื่องฟิล์มเป็นอย่างพี เรียกได้ว่าสามารถแนะนำลูกค้าได้ เปรียบเทียบ ระหว่างฟิล์มในระดับต่างๆ เลือกฟิล์มให้เหมาะกับคนขับ และการใช้งาน..
แอมเปรียบเทียบราคาดู ก็ถูกกว่า ไปทำที่ร้านจริงๆนะคะ แล้ว ฝีมือก็เนี๊ยบมากๆ เขาบอกว่า เขามีความซื่อสัตย์ และจริงใจ พูดตรงๆ .. เขาก็ใช้วิธีการPr ตัวเอง ทางเว็บ ว่า รับติดฟิล์มให้ถึงที่บ้าน ..แค่นี้เองค่ะ .. งานก็เข้าละ... เขาบอกว่า แต่ละเดือน มีลูกค้าติดต่อ มาตลอด ก็นัดคิวกันเอา. วันหนึงติดฟิล์มได้อย่างมากก็ 2 คัน หรือไม่ก็ คันเดียว.. แต่มีงานทุกวัน.. โห ..แอมมานั่งคำนวนตัง.. คงจะรวยไปแล้วมั้งเนี่ยะ .. (แต่เขารุ้แหล่งซื้อฟิล์ม เลยทำให้ต้นทุนเขาถูก .. และ ราคาการติดฟิล์มของเขา จึงถูกกว่าทำที่ร้านฯ)
อาจารย์ว่าเป็นไงคะ
เมลล์บับนี้ยาวหน่อย.. เมื่อยตาหน่อยนะคะอาจารย์
ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
แอมเอง
26 มีค 53
++++++++++++++++++++++++
"ธุรกิจ" ที่ไปบริการตามบ้านลูกค้ากำลังเบ่งบานมากในช่วงนี้ เพราะมี 2 ปัจจัยสำคัญครับ
1. ปัญหาเรื่องของการเมือง ก่อให้เกิดการจราจรที่ติดขัด ยังมีปัญหาเรื่อง ทรัพย์สินโดนโจรกรรมอีก เนื่องจากกำลังตำรวจส่วนใหญ่ต้องไปดูแลความมั่นคงของบ้านเมือง ต้องคอยระวังภัยม็อบ ทำให้โจรเหิมเกริม บุกขึ้นลักทรัพย์ตามบ้านทั่วไป จนคนไม่อยากทิ้งบ้านไปไหน เพราะต้องดูแลป้องกันระวังทรัพย์สินด้วยตัวเอง
2. เรื่องของเศรษฐกิจ เนื่องจากความไม่แน่นอนในอนาคต คนส่วนใหญ่ยังต้องรัดเข็มขัดอยากประหยัด การไปซ่อมตามร้านทั่วไป ไหนจะต้องเสียค่าเดินทาง ค่าจอดรถตามห้าง ทั้งยังต้องจ่ายแพงกว่าเพราะ ค่าใช้จ่ายนั้นมีค่าเช่าร้าน, ค่าพนักงาน, ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าสต๊อกสินค้าฝังแฝงอยู่ด้วย แต่การไปซ่อมตามบ้านนั้น รู้ว่าลูกค้าอยู่ไหน ไม่ต้องเปิดร้านเปิดไฟรอ ค่าใช้จ่ายจึงถูกกว่า
ทีนี้มาพิจารณา "ธุรกิจ" ว่าจะทำอะไรดี ?
กรณีรับติดฟิล์มกันแดดรถตามบ้านลูกค้านั้น ก็เพราะผู้ประกอบการมีความเชี่ยวชาญ และรู้แหล่งที่จะซื้อฟิล์มราคาถูก
สำหรับน้องคุณแอม ก็ต้องดูด้วยว่าเขาชอบเกี่ยวกับเครื่องไฟฟ้าหรือไม่ ผมอยากแนะนำให้ไปเรียนเรื่องคอมพิวเตอร์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการอัพเกรดเครื่อง, การลงโปรแกรมต่างๆ ซึ่งยังมีช่องว่างอยู่ (ปัญหาไวรัส และพัฒนาการของเทคโนโลยี) การไปซ่อมตามบ้าน จะช่วยให้ลูกค้าสบายใจมากกว่าด้วย เพราะสามารถอยู่ดูแลเครื่องด้วยตนเองได้
ปัญหาเดียวคือเรื่องของความน่าเชื่อถือ เพราะลูกค้ายังมั่นใจใน "แบรนด์"
ผมเคยซ่อมทีวีของ โซนี่ เครื่องนี้เป็นแบบจอหนา 29 นิ้ว ใช้มาสิบกว่าปี ก็โทรติดต่อไปที่ศูนย์บริการฯ เขาก็จะนัดวันมาซ่อม โดยช่างที่มาก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่กินเงินเดือนประจำของโซนี่หรอกครับ เป็นช่างอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เขาคิดค่าเดินทาง 300 บาท และค่าอะไหล่ของโซนี่ตามที่เสียจริง มีรับประกัน 3 เดือนด้วย
การจะซ่อมเครื่องไฟฟ้าตามบ้าน จึงต้องพิจารณาว่าควรจะไปเรียนรู้การซ่อมอะไร เพราะสมัยนี้สินค้าเครื่องไฟฟ้าหลายชนิด ราคาถูกลงมาก จนคิดว่าน่าจะซื้อใหม่ดีกว่า (เพราะยังมีการรับประกันอีกตั้งปี) ปัญหาต่อมาคือ เวลาซ่อมแล้วเสียอีก บางทีก็หาอะไหล่ยากเหมือนกัน...ดูโน๊ตบุ๊คสมัยนี้ แบรนด์หนึ่งออกพร้อมกันทีเดียวตั้ง 24 รุ่น ใครจะไปตุนอะไหล่ได้เยอะขนาดนั้น
ความจริงยังมีธุรกิจตามบ้านที่น่าทำหลายอย่าง เช่นการสอนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐาน, สอนภาษา, สอนกวดวิชาเข้ามหาวิทยาลัย, สอนงานอาชีพเช่นทำซาลาเปาขาย ฯลฯ แต่สุดท้ายต้องขึ้นอยู่กับ น้องคุณแอม ว่าเขาอยากจะทำอะไร ?
ปล่อยเขาทำในสิ่งที่อยาก เขาจะทำสิ่งนั้นได้ดีกว่าที่เราคิดครับ!
ส่วนเว็บไซต์นั้นก็ไม่ต้องกังวลไป ตอนนี้ทำความคิดให้ตกตะกอนก่อน เมื่อได้ธุรกิจแล้วก็มาไล่กระบวนการว่าจะไปถึงเป้าหมายนั้นอย่างไร ?
ไอเดียธุรกิจที่ดี จะต้องมีแนวทางที่ชัดเจนครับ!
วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553
ตรวจการบ้าน
อาจารย์ค่ะ ที่เรียนทำเว๊ป ทำได้บางส่วนแล้วค่ะ อาจารย์ลองดูที่ bear2you.blogspot.comแต่มีปัญหาค่ะ
1. อยากสั่งซื้อหนังสือของอาจารย์ทั้ง 2 เล่มเลยค่ะ แต่ไปดูที่ดอกหญ้าชลบุรี เค้าบอกไม่มีแล้ว สั่งซื้อได้ไหม๊ค่ะ ถ้ามีขอเบอร์โอนเข้าบัญชี พร้อมราคาด้วยค่ะ
2. สถิติคนเข้าร้านหายไป (ลบทำใหม่หมด) ทำยังไงก็ไม่ขึ้น
3. ตรง WELCOME อยากทำให้อักษรใหญ่กว่านั้น ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ ไปทำงานก่อนค่ะ เดี๋ยวตอนเย็นจะกลับมาตกแต่งเพิ่มอีก
++++++++++++++++++++++++++++++++
1. หนังสือคิดได้ขายเป็นบนโลกออนไลน์ และ เมื่อ SMEs จะมีเว็บไซต์ ลองหาซื้อจากร้านซีเอ็ดก่อน (เพราะเขาเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย) น่าจะหาซื้อได้ แต่ถ้าหาแล้วไม่ได้รับความสะดวกประการใด ให้อีเมลหาผมก่อนวันเสาร์นี้นะครับ เพราะผมต้องไปที่ม.บูรพา ในวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553 ยังมีคิวต้องไปบรรยายเรื่อง "โอกาสธุรกิจและการพยากรณ์การตลาด" ให้กับ ผู้เรียน NEC รุ่น 2 อีกครั้ง ผมจะฝากหนังสือไว้กับคุณนุ้ย หรือคุณอี๊ด เจ้าหน้าที่ สำนักบริการวิชาการฯไว้ หรือโทรคุยกันได้ที่ 084-140-6000 (ระหว่างเวลา 9.00-12.00 น.)
2.-3. นั้น ลองส่ง Usename และ Password มาให้ผมทางอีเมลครับ จะช่วยจัดทำให้
+++++++++++++++++++++++++++++++++
เมื่อ 8 มีนาคม 2553, 8:50, karmin sukeson
Attn: อ.สิทธิเดช
From: คามิณ สุขีสนธิ์ NEC 1 / 2553
Blog ที่ อ.สอนให้ทำครับ
www.pattayaradio.blogspot.com/
รบกวน ช่วยเม้นท์ ด้วยครับ
แล้วจะมีเรื่องไว้ถาม อาจารย์อีกครับ
ขอบคุณครับ
คามิณ. พัทยา
++++++++++++++++++++++++++++++
สำหรับเรื่องทำเว็บของคุณ ต้องถือว่า ด้วยเวลาเพียงเท่านี้ คุณสามารถทำระบบที่ผมสอนได้เกือบทั้งหมด แถมยังสร้างแบนเนอร์ตรงหัวเว็บได้ด้วย อยากให้ช่วยไปสอนเพื่อนๆ ต่อด้วยนะครับ
หากมีเวลาเพิ่มแล้วคุณต้องการใช้บล็อกเป็นสื่อทางธุรกิจอย่างได้ผลจริงจังนั้น ขอแนะนำว่า
1. คลิปวิดีโอที่ไม่เกี่ยวข้องนั้น ไม่ควรนำมาลงให้คนอ่านไขว้เขวครับ ...ข้อนี้ไม่ได้ตำหนินะครับ เพราะสิ่งที่คุณทำส่งมานั้น เป็นสิ่งที่ผมบอกให้ส่งมาดูเป็นตัวอย่าง (ถ้าคลิปวิดีโอหนังเรื่องผีคนเป็น : เป็นผลงานของบริษัท ก็ควรให้เครดิตอย่างมืออาชีพเช่น ชื่อสคริป, บริษัท, ลูกค้า, แนวทางการนำเสนอ, เวลา, สื่อ (เพื่อเป็นสปอตฉายทางทีวี, โรงภาพยนตร์หรือเว็บไซต์) เพราะหากนำเสนออย่างลอยๆ คนก็จะไม่เข้าใจว่าคุณทำไปเพื่ออะไร?
2. การทำสื่อวิทยุก็สามารถถ่ายวิดีโอ บรรยากาศระหว่างการจัดรายการมานำเสนอได้อย่างมืออาชีพ
3. ผมเห็นคุณทำลิงค์ไปยังเว็บที่เปิดวิทยุได้ อยากให้อยู่ในตำแหน่งที่เด่นและคงที่ (ดังนั้น ไม่ควรอยู่ในส่วนของบทความ) โดยใช้วิธีเดียวกับการที่ผมสอนสร้างลิงค์ไปไทยรัฐ และตั้งหัวข้อห้องใหม่ ว่า (On Air หรือ Radio Room เป็นต้น)
4. รูปที่ลงแบนเนอร์หัวนั้น ผมว่ายังไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับธุรกิจเท่าไหร่ น่าจะเป็นรูปตอนจัดรายการ, ตัวอย่างสื่อโฆษณาที่เคยทำให้กับลูกค้า
5. เนื้อหาบางส่วนควรนำผลงาน, ภาพประกอบมาลง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้น
6. เกี่ยวกับเรา ควรแนะนำตัวเอง, ประสบการณ์ทำงาน ตั้งแต่เรียนจบ (เผื่อได้อดีตเพื่อนร่วมสถาบันมาเป็นลูกค้าด้วย)
7. ติดต่อกับเรา ควรมีสถานที่, Call Center, E-Mail เพื่อให้ลูกค้าอ่านพบแล้วสามารถติดต่อได้จริง
พยายามพัฒนาครับ ลองดูตัวอย่างเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับรายการวิทยุอื่นๆ ดึงข้อดีของเขามาใช้ และสร้างจุดแข็งของเรา ให้ลูกค้าอ่านแล้วอยากใช้มากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ฟัง ซึ่งเรายังไม่ได้บอกเลยว่าเหมาะกับใคร ณ ช่วงเวลาใด ถ้าเป็นไปได้ ใช้นักการตลาดมาวิเคราะห์ด้วยว่า สินค้าประเภทไหนควรใช้บริการจากเรา เพราะอะไร
วิทยุท้องถิ่นนั้น ได้เปรียบกว่าในการเจาะกลุ่มคนในบริเวณพื้นที่ เราก็ดึงร้านค้าที่อยู่ในบริเวณนั้นมาเป็นลูกค้า ช่วงแรกอาจขอเป็นคูปองส่วนลด ครึ่งหนึ่ง จ่ายค่าออนแอร์ครึ่งหนึ่ง (คิดค่าจัดทำสปอตราคามิตรภาพ) เพื่อให้ลูกค้าไปใช้บริการ วิธีนี้จะเป็นการเพิ่มฐานคนฟังอย่างรวดเร็ว พอมีคนฟังติด ค่อยขายสปอนเซอร์เต็มรูปแบบครับ
สอนอีคอมเมิร์ช NEC
สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติให้ไปเป็นผู้สอบสัมภาษณ์ผู้เข้าอบรมโครงการ NEC ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ผมพบว่า 70 % ของผู้ที่อยากเรียนโครงการนี้ ประสงค์จะขายของออนไลน์ เพราะประหยัดเงินลงทุน บ้างก็ยังทำงานประจำอยู่ แต่ก็สามารถใช้วันหยุดสร้างกิจการส่วนตัวของตนเองได้ มั่นคงเมื่อไรก็ค่อยลาจากสภาพลูกจ้าง

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 ผมต้องไปสอนวิชาอีคอมเมิร์ช ให้กับผู้เข้าอบรมโครงการ NEC ที่มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงบ่ายสี่โมงเย็น ไปครั้งนี้ต้องยอมรับว่าเตรียมการมาดี เพราะมีประสบการณ์จากการสอนรุ่นที่แล้วๆ มา
ปัญหาที่เจอในอดีต ก็คือ มุ่งเน้นเรื่องสร้างร้านค้าออนไลน์มากเกินไป, ขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง และพื้นฐานของผู้เรียนบางคนยังไม่เท่ากัน
มาครั้งนี้ผมจึงต้องปูพื้นฐานการตลาดโฉมใหม่เพื่อให้เข้าใจหลักการแบบง่ายๆ หลังจากใช้เวลาประมวลข้อมูลมาแรมเดือน ถ่ายภาพธุรกิจตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ริมถนนไปจนถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ เพื่อหาปัจจัยร่วมในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
ไม่นาน ผมก็ค้นพบกฏ NEMESIT (เนเมสิทธิ์)
สูตรนี้จะทำให้ผู้เข้าอบรมเทียบเคียงกับธุรกิจที่ตนจะทำว่าครบองค์ประกอบในการสร้างความสำเร็จหรือไม่ ?
เพราะเว็บไซต์เป็นเพียงแค่ ช่องทางการติดต่อสื่อสารเท่านั้น, การทำธุรกิจ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มาก
สูตร NEMESIT ขยายความได้ดังนี้
N = Name การตั้งชื่อไม่ว่าจะเป็นชื่อสินค้า หรือโดเมนเนมต้องมีความน่าสนใจ ชื่อเรียกนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง แบรนด์ภายในใจของผู้บริโภคด้วย พัฒนาให้ดียังเป็นสินทรัพย์ แบบ "โค้ก" ได้อีก (คนบางคนแค่เปลี่ยนชื่อ ลูกหนี้ที่เคยทำท่าว่าจะเบี้ยวหนี้ พรุ่งนี้รีบเอาเงินมาคืนก็มี)
E คือ Electronic & Technology การนำเครื่องอิเล็คทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์,โทรศัพท์มือถือ, พีดีเอ และการลงทุนเรื่องเทคโนโลยี เป็นสิ่งจำเป็นในปัจจุบันแล้ว แต่ควรคำนึงถึงประสิทธิภาพ, ความคุ้มค่าในการลงทุน ในกรณีนี้ผมยกตัวอย่างความสำเร็จของ MK และความล้มเหลวของร้านอาหารแห่งหนึ่งให้เห็นภาพชัด ว่า เทคโนโลยีไม่ใช่หลักประกันความสำเร็จ ลงทุนผิดทาง นอกจากเปลืองเงินแล้วภายหลังก็ต้องมานั่งรื้อทิ้งอยู่ดี
M หมายถึง Media หรือ Message ทั้งสองคำนี้กินความถึงการสื่อสารและการเลือกใช้สื่อ เมื่อมีธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแจ้งให้กลุ่มเป้าหมายทราบด้วยข้อความที่สร้างความต้องการของผลิตภัณฑ์, อยากใช้ และน่าเชื่อถือ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกสื่อที่เหมาะสมด้วย
E ตัวที่สองหมายถึง Effective คือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ถ้าขายสินค้าที่ไม่ดี ก็ขายได้เพียงครั้งเดียว แต่หากขายของดี ลูกค้าที่เคยใช้จะนำไปบอกต่อเป็น Viral Marketing
S คือ Strengths การทำธุรกิจ ผู้ประกอบการควรมีจุดแข็ง สิ่งนี้จะทำให้คู่แข่งเข้ามาแย่งตลาดได้ยาก และที่สำคัญยังเป็นจุดที่เรานำมาโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าต้องเจาะจงมาใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา
I คือ Income หมายถึงที่มาของรายได้ เช่น การขายอาหาร ไม่จำเป็นต้องมีรายได้จากอาหารอย่างเดียว หากถ้วยชามสวยงามก็ขายพ่วงได้ ถ้าอยู่ในทำเลที่ดี มีผู้มาใช้บริการเยอะ บนโต๊ะแทนที่จะเป็นลายไม้ก็ยังขายเป็นพื้นที่โฆษณาได้ ถ้าทำเว็บไซต์ขายของไม่ดี แต่เนื้อหามีประโยชน์ เขานิยมเข้าไปอ่าน ก็ขายแบนเนอร์หรือทำ Google Adsence ได้เช่นเดียวกัน
T หมายถึง Test การทดสอบนี้ กินความสองช่วงคือ ช่วงแรกก่อนที่จะวางตลาดของสินค้า ต้องมีการทำวิจัยก่อนว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ ตรงกับกลุ่มเป้าหมายใด รสชาติ, ราคา เป็นที่ยอมรับได้ จึงค่อยลงมือผลิต เมื่อผลิตเพื่อขายแล้ว ก็มาถึงช่วงทดสอบที่สอง คือจำเป็นจะต้องหากลยุทธ์เพื่อให้ลูกค้าได้ "ทดลอง" ผลิตภัณฑ์นั้น เช่นการจัดโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม
ด้วยกฏนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการฯ เข้าใจว่าธุรกิจที่ตนจะทำนั้น มีแผนการต่างๆ รองรับเรียบร้อย จึงจัดทำเว็บไซต์ กว่าจะเข้าใจภาคทฤษฏีก็กินความไปเกือบสามชั่วโมง ดังนั้นการเรียนในภาคบ่ายแม้จะเป็นการทำเว็บไซต์ แต่ก็มุ่งที่จะให้ผู้เรียนเข้าใจการสร้างระบบ และขั้นตอนการทำงาน มากกว่าจะเน้นประเด็น "คุณภาพ" ของเว็บ เพราะเมื่อพวกเขาเข้าใจแล้ว ก็จะไปสามารถสร้างเองกี่เว็บก็ได้ แล้วก็ค่อยๆ ไปปรับปรุงเนื้อหาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น (ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้เวลาพัฒนากันต่อไป)
ปัญหาเรื่องเทคนิคการสร้างเว็บไซต์ตกไป, ส่วนการติดตามนั้น ผมท้าพวกเขาว่าหากใครสามารถส่งเว็บไซต์อย่างน้อย 3 เว็บเพจ ที่ประกอบด้วย ข้อความ, ภาพนิ่ง และวิดีโอคลิปได้ ภายในวันพรุ่งนี้ (8 กพ.53) ตั้งแต่ตะวันขึ้นยันตะวันตก จะส่งบทความของหนังสือเล่มใหม่ (ซึ่งตอนนี้เขียนเสร็จ 3 บทแล้ว) ไปให้อ่านก่อนตีพิมพ์
ปรากฏว่าตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ามีผู้ทะยอยส่งเว็บมาให้ตรวจกันแล้ว..... ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ "รางวัล" มีความน่าสนใจรึเปล่า คนเลยอยากได้กันมาก (เรื่องแบบนี้ ถ่อมตัวกันมากไม่ได้ครับ)
อ้อ.....เกือบลืมไปสำหรับ ปัญหาสุดท้ายที่ผู้เรียนมีพื้นฐานแตกต่างกันนั้น ไม่ต้องห่วงครับ พอผมบอกว่าถ้าใครทำเว็บไม่เสร็จ ไม่ให้ออกจากห้องไปรับประทานอาหารกลางวัน....
ภาพที่ผมเห็นตรงหน้าก็คือ ทุกคนสามัคคี ช่วยเพื่อนๆ ทำเว็บจนเสร็จครบถ้วน
มื้อกลางวันนั้น จึงไม่มีใครอดรับประทาน "ราดหน้าหมู+กุ้ง" อันแสนอเร็ด!!!
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปล. จริงๆ แล้วผมอยากตั้งกฏว่า NERAMIT แต่พอมาดูความหมายของ เนรมิตร แล้ว มันคงเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะ "ความสำเร็จ" นั้น มันต้องลงมือทำ มัน "เสก" หรือ "เนรมิตร" กันไม่ได้จริงๆ !!!!
วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553
ขายบ้านราคาถูก
น้องชายผมฝากประกาศขายบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านเฟื่องสุข ตั้งอยู่ที่ตำบล บางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ในโครงการนี้มีสโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนสาธารณะ ตอนนี้ทั้งโครงการขายหมดแล้ว ในราคาหลังละ 1.75 ล้านบาท วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553
ธุรกิจอาหาร
วันพฤหัสที่ 18 มีนาคม 2553 ผมต้องไปบรรยายเรื่องการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ซึ่ง สถาบันอาหารจัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ช่วงนี้ผมออกจากบ้านไปไหนจึงต้องพกกล้องติดตัวไปด้วย ไปสำรวจดูว่าตอนนี้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารเขาขายอะไรบ้าง และใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดอย่างไร อย่างภาพบนนี่เป็นการขายขนมถังทอง (คล้ายๆ กับขนมถังแตก แต่หลายคนไม่ค่อยอยากกินเพราะชื่อ กลัวกินไปแล้วถังแตกรึไงไม่รู้) เจ้านี้เขาทำด้วยการใส่ไส้เป็นพวกทองหยิบ มีคนให้ความสนใจเพราะกลายเป็นความแปลกใหม่ ร้านนี้เป็นบู๊ทชั่วคราวตั้งอยู่ชั้นสอง หน้าโฮมโปร ในห้างคาร์ฟู ถนนรัชดาภิเษก
ส่วนชั้นล่างมีขนมเครปของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปกติราคา 40 กว่าบาทขึ้นไป แต่บางช่วงเขาก็มีโปรโมชั่น ประเภทเดี๋ยวนี้ โดยทำเป็นชิ้นเล็ก ขายราคาเยาว์ 20 บาทให้ลูกค้าไปลองชิมก่อน
กาแฟ Made To Order แม้ว่าจะมีรสชาติหลักให้เลือก แต่ป้ายก็ยังบอกให้ลูกค้าสั่งได้ ว่าจะเอาหวาน, ขม, อ่อน, เข้ม อย่างไรเพิ่มได้อีก บู๊ทตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก
ร้านนี้น่าสนใจ ด้วยป้ายเรียกลูกค้าขนาดใหญ่หน้าห้าง ฟอร์จูน ทาวน์ ตั้งอยู่ชั้น 1 แถมหน้าร้านยังมีทีวีโชว์วิธีทำอาหาร ผมไปช่วงเที่ยง คนเต็มร้านเสมอ (เดิมเป็นร้านขายไอศครีม)
ทีวีที่แสดงวิธีปรุงอาหาร เมื่อวิธีการน่าสนใจ ก็เหลือเพียงแค่ลิ้มลองรสชาติ ก็เดินตรงเข้าไปเลือกเมนูได้ทันที
ร้านกาแฟสมัยนี้ นอกจากรสชาติ และราคาจะเป็นจุดขายแล้ว ยังต้องมี อินเทอร์เน็ตไร้สาย ไว้บริการด้วยในยุคสังคมดิจิตอล (ร้านกาแฟบางที่กลายเป็นสำนักงานของคนเริ่มต้นธุรกิจไอที : นัดพบปะลูกค้าสรุปงานรวมถึงนั่งประมูลของจากอีเบย์)
การให้สิทธิพิเศษกับสมาชิก เฉพาะวันพุธ ลด 50 %
ร้านอาหารฟาส์ตฟู๊ด ที่ไม่ได้พึ่งพารายได้จากเฟรนไฟส์ หรือ แฮมเบอร์เกอร์เพียงอย่างเดียว ยังขายของเล่นได้ด้วย
แม้ลูกค้าจะแน่นร้าน ก็ยังต้องมีพนักงานคอยแจกโบว์ชัวร์ เพื่อเรียกลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มอยู่ตลอดเวลา
ถ้าทำป้ายโปรโมชั่น ต้องมีความโดดเด่น ป้ายนี้สูงกว่าเด็ก 12 ขวบเสียอีก แต่อย่าคาดหวังว่าจะได้กาแฟแก้วละ 25 บาท สูงกว่าฝ่ามือ
ปกติจะเห็นชาวอินเดียเข็นขายโรตี แต่เดี๋ยวนี้มีโรตีในห้างที่ขายควบกับชาชักแล้ว แนะนำว่าอย่าสั่งแบบซูเปอร์ ถ้ามาคนเดียว แม้ว่าจะมีโปรโมชั่นลด 5 บาท จากปกติ 50 บาท เพราะคุณจะได้กินโรตีที่มีแป้งสองก้อนผนวกกับไข่อีกสองฟอง!!!
ผลไม้สดก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ก็เข้ามาขายในห้างด้วยสโลแกนว่า "กินผลไม้ ไม่อ้วน" ดึงดูดใจคนรักสุขภาพ และยังคงสไตล์ผลไม้รถเข็น โดย สับสด หั่นสด
ร้านบุฟเฟ่ต์ บางที่ปกปิดราคาที่ลูกค้าต้องจ่าย เช่นเพิ่มค่าบริการ 10 % แต่ร้านนี้ประกาศชัดเจนว่าไม่บวกเพิ่มใดๆ ทั้งสิ้น แถมจ่าย 200 บาท ยังมีตังค์ทอนอีก
บนโต๊ะรับประทานอาหาร ยังใช้เป็นพื้นที่โฆษณาผลิตภัณฑ์ภายในร้านได้อีก
ร้านอาหารกับทีวีเป็นของคู่กัน สมัยก่อนถ้ามีการชกมวยชิงแชมป์โลก เช่น เขาทราย ร้านจะแน่นขนัดไปด้วยคน เพราะการเชียร์มวยในสถานที่มีคนเยอะๆ ใจตรงกัน มันส์กว่านั่งดูคนเดียวอยู่บ้านแน่นอน วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553
ทายนิสัยจากอีเมล
เรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้เหล่านี้ ระบาดเข้าไปในแวดวงไอทีด้วย ล่าสุดผมเก็บเนื้อหา มาจากสื่อที่แจกตามร้านคอมฯ ชื่อ SYNNEXTRA ส่วนใหญ่เป็นแคตาล็อกสินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ แต่ท้ายเล่มจะมีสาระความรู้ มาสะดุดตาก็ตรงหัวเรื่องทายใจบอกนิสัย จากการดูตัวอักษรขึ้นต้นของอีเมลนี่แหละ.....
ขึ้นต้นด้วย A J S
คุณเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ชอบทำอะรใหม่ๆ อยู่เสมอ ถ้าจะทำงานสักชิ้นต้องเป็นงานที่โดดเด่น ได้แสดงออกถึงความสามารถของตน นอกจากนั้นจะเป็นพวกชอบเดินทางผจญภัย ถ้ามีแฟนจะเป็นคนที่ไม่ให้คำสัญญาใดๆ ที่เป็นการผูกมัด
ขึ้นต้นด้วย B K T
เป็นคนร่าเริงกระฉับกระเฉง ชอบโต้แย้งความคิดเห็น ชีวิตของคุณจะดำเนินไปตามความรู้สึกและอารมณ์ ไวต่อสิ่งรอบข้าง ไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งนาน ค่อนข้างไฮเปอร์ แต่เป็นคนที่ไม่ยอมย่อท้อต่อปัญหาที่เข้ามาในชีวิต
ขึ้นต้นด้วย C L U
เป็นคนมองโลกในแง่ดี อ่อนโยน เข้ากับคนง่าย มีความสามารถพิเศษในการติดต่องาน แต่มีโลกที่ผู้อื่นยากเข้าถึง ไม่ค่อยเผยแพร่ความต้องการของตัวเองให้คนอื่นรู้ ชอบทำงานศิลปะ ให้ความสำคัญกับจินตนาการ
ขึ้นต้นด้วย D M V
ค่อนข้างมีระเบียบในชีวิตทั้งเรื่องส่วนตัวและครอบครัวทำงาน ทำอะไรก็ต้องเรียบร้อยหมด ไม่ชอบชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าไรนัก เป็นคนขยัน หนักแน่น อดทน เหมาะกับการเป็นผู้นำ
ขึ้นต้นด้วย E N W
นิสัยซอกแซก เห็นทุกเรื่องน่าสนใจไปหมด ชอบทดสอบทดลองทุกอย่างด้วยตนเอง เป็นพวกอยากรู้อยากลอง แต่ถ้าเป็นเรื่องของคุณ ใครอย่ามายุ่ง จะปิดบังไว้อย่างดี เป็นคนขี้ระแวงไปนิด ไม่เชื่อใครง่าย จนกว่าจะได้พิสูจน์ว่าเขาดีจริง
ขึ้นต้นด้วย F O X
เป็นคนอ่อนโยน มีน้ำใจกับทุกคน ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เกลียดการกระทำที่หยาบคาย ให้ความสำคัญกับครอบครัวอันดับหนึ่ง อยากให้คนใกล้ชิดมีความสุขรักใคร่กัน แต่ข้อเสียคือไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ชอบหนีปัญหา
ขึ้นต้นด้วย G P Y
เป็นคนรักความปราณีต จะต้องให้สมบูรณ์ทุกกระบวนการ ชอบความหรูหราเริ่ดหรู รสนิยมดี รักศักดิ์ศรีไม่ยอมใครง่ายๆ แต่ถ้าเจอคนถูกใจแล้วเท่าไหร่ก็เท่ากันยอมได้ทุกอย่าง
ขึ้นต้นด้วย H Q Z
มีน้ำอดน้ำทนสูงกับทุกเรื่อง ไม่ว่าเป็นปัญหาส่วนตัวหรือเรื่องอื่น เข้าใจโลกและเข้าใจชีวิต เป็นนักแก้ปัญหาด้วยความรอบคอบอย่างมีเหตุผล ไม่ค่อยวางใจคนอื่นเพราะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง
ขึ้นต้นด้วย I R
เป็นนักอุดมคติ มีความคิดทันสมัย บางครั้งถึงขั้นล้ำสมัย ชอบหาเหตุและผลให้กับทุกเรื่อง ชอบทำงาน เพื่อส่วนรวมมีน้ำใจ ใจกว้าง เปิดโอกาสให้คนอื่นแสดงความคิดเห็น แม้ตัวเองจะไม่เห็นด้วยก็ตาม
ช่วงแรกผมดูแบบไม่สนใจมากนัก เพราะผมมีอีเมลส่วนตัวถึง 3 บัญชีด้วยกัน ทายอย่างไร ก็คงสะเปะ สะปะ แน่นอน แต่พอมานั่งพิจารณาอีเมลที่ผมมีทั้งหมด ไล่เรียงตามลำดับที่เปิด คือ Bananaclick@gmail.com, Kong007@gmail.com, Thaimarketonline@gmail.com
ทั้ง 3 บัญชีนี้กลับอยู่ในกลุ่มที่ตรงกันอย่างเหลือเชื่อ...
เลยอยากจะนำข้อมูลนี้ มาเผยแพร่ให้ท่านผู้อ่านช่วยพิสูจน์ดูว่า ตรงกับอุปนิสัยของท่านหรือไม่ ?
ได้ผลอย่างไรก็อีเมลมาคุยกันครับ!!!