สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติให้ไปเป็นผู้สอบสัมภาษณ์ผู้เข้าอบรมโครงการ NEC ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ผมพบว่า 70 % ของผู้ที่อยากเรียนโครงการนี้ ประสงค์จะขายของออนไลน์ เพราะประหยัดเงินลงทุน บ้างก็ยังทำงานประจำอยู่ แต่ก็สามารถใช้วันหยุดสร้างกิจการส่วนตัวของตนเองได้ มั่นคงเมื่อไรก็ค่อยลาจากสภาพลูกจ้าง

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 ผมต้องไปสอนวิชาอีคอมเมิร์ช ให้กับผู้เข้าอบรมโครงการ NEC ที่มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงบ่ายสี่โมงเย็น ไปครั้งนี้ต้องยอมรับว่าเตรียมการมาดี เพราะมีประสบการณ์จากการสอนรุ่นที่แล้วๆ มา
ปัญหาที่เจอในอดีต ก็คือ มุ่งเน้นเรื่องสร้างร้านค้าออนไลน์มากเกินไป, ขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง และพื้นฐานของผู้เรียนบางคนยังไม่เท่ากัน
มาครั้งนี้ผมจึงต้องปูพื้นฐานการตลาดโฉมใหม่เพื่อให้เข้าใจหลักการแบบง่ายๆ หลังจากใช้เวลาประมวลข้อมูลมาแรมเดือน ถ่ายภาพธุรกิจตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ริมถนนไปจนถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ เพื่อหาปัจจัยร่วมในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
ไม่นาน ผมก็ค้นพบกฏ NEMESIT (เนเมสิทธิ์)
สูตรนี้จะทำให้ผู้เข้าอบรมเทียบเคียงกับธุรกิจที่ตนจะทำว่าครบองค์ประกอบในการสร้างความสำเร็จหรือไม่ ?
เพราะเว็บไซต์เป็นเพียงแค่ ช่องทางการติดต่อสื่อสารเท่านั้น, การทำธุรกิจ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มาก
สูตร NEMESIT ขยายความได้ดังนี้
N = Name การตั้งชื่อไม่ว่าจะเป็นชื่อสินค้า หรือโดเมนเนมต้องมีความน่าสนใจ ชื่อเรียกนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง แบรนด์ภายในใจของผู้บริโภคด้วย พัฒนาให้ดียังเป็นสินทรัพย์ แบบ "โค้ก" ได้อีก (คนบางคนแค่เปลี่ยนชื่อ ลูกหนี้ที่เคยทำท่าว่าจะเบี้ยวหนี้ พรุ่งนี้รีบเอาเงินมาคืนก็มี)
E คือ Electronic & Technology การนำเครื่องอิเล็คทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์,โทรศัพท์มือถือ, พีดีเอ และการลงทุนเรื่องเทคโนโลยี เป็นสิ่งจำเป็นในปัจจุบันแล้ว แต่ควรคำนึงถึงประสิทธิภาพ, ความคุ้มค่าในการลงทุน ในกรณีนี้ผมยกตัวอย่างความสำเร็จของ MK และความล้มเหลวของร้านอาหารแห่งหนึ่งให้เห็นภาพชัด ว่า เทคโนโลยีไม่ใช่หลักประกันความสำเร็จ ลงทุนผิดทาง นอกจากเปลืองเงินแล้วภายหลังก็ต้องมานั่งรื้อทิ้งอยู่ดี
M หมายถึง Media หรือ Message ทั้งสองคำนี้กินความถึงการสื่อสารและการเลือกใช้สื่อ เมื่อมีธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแจ้งให้กลุ่มเป้าหมายทราบด้วยข้อความที่สร้างความต้องการของผลิตภัณฑ์, อยากใช้ และน่าเชื่อถือ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกสื่อที่เหมาะสมด้วย
E ตัวที่สองหมายถึง Effective คือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ถ้าขายสินค้าที่ไม่ดี ก็ขายได้เพียงครั้งเดียว แต่หากขายของดี ลูกค้าที่เคยใช้จะนำไปบอกต่อเป็น Viral Marketing
S คือ Strengths การทำธุรกิจ ผู้ประกอบการควรมีจุดแข็ง สิ่งนี้จะทำให้คู่แข่งเข้ามาแย่งตลาดได้ยาก และที่สำคัญยังเป็นจุดที่เรานำมาโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าต้องเจาะจงมาใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา
I คือ Income หมายถึงที่มาของรายได้ เช่น การขายอาหาร ไม่จำเป็นต้องมีรายได้จากอาหารอย่างเดียว หากถ้วยชามสวยงามก็ขายพ่วงได้ ถ้าอยู่ในทำเลที่ดี มีผู้มาใช้บริการเยอะ บนโต๊ะแทนที่จะเป็นลายไม้ก็ยังขายเป็นพื้นที่โฆษณาได้ ถ้าทำเว็บไซต์ขายของไม่ดี แต่เนื้อหามีประโยชน์ เขานิยมเข้าไปอ่าน ก็ขายแบนเนอร์หรือทำ Google Adsence ได้เช่นเดียวกัน
T หมายถึง Test การทดสอบนี้ กินความสองช่วงคือ ช่วงแรกก่อนที่จะวางตลาดของสินค้า ต้องมีการทำวิจัยก่อนว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ ตรงกับกลุ่มเป้าหมายใด รสชาติ, ราคา เป็นที่ยอมรับได้ จึงค่อยลงมือผลิต เมื่อผลิตเพื่อขายแล้ว ก็มาถึงช่วงทดสอบที่สอง คือจำเป็นจะต้องหากลยุทธ์เพื่อให้ลูกค้าได้ "ทดลอง" ผลิตภัณฑ์นั้น เช่นการจัดโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม
ด้วยกฏนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการฯ เข้าใจว่าธุรกิจที่ตนจะทำนั้น มีแผนการต่างๆ รองรับเรียบร้อย จึงจัดทำเว็บไซต์ กว่าจะเข้าใจภาคทฤษฏีก็กินความไปเกือบสามชั่วโมง ดังนั้นการเรียนในภาคบ่ายแม้จะเป็นการทำเว็บไซต์ แต่ก็มุ่งที่จะให้ผู้เรียนเข้าใจการสร้างระบบ และขั้นตอนการทำงาน มากกว่าจะเน้นประเด็น "คุณภาพ" ของเว็บ เพราะเมื่อพวกเขาเข้าใจแล้ว ก็จะไปสามารถสร้างเองกี่เว็บก็ได้ แล้วก็ค่อยๆ ไปปรับปรุงเนื้อหาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น (ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้เวลาพัฒนากันต่อไป)
ปัญหาเรื่องเทคนิคการสร้างเว็บไซต์ตกไป, ส่วนการติดตามนั้น ผมท้าพวกเขาว่าหากใครสามารถส่งเว็บไซต์อย่างน้อย 3 เว็บเพจ ที่ประกอบด้วย ข้อความ, ภาพนิ่ง และวิดีโอคลิปได้ ภายในวันพรุ่งนี้ (8 กพ.53) ตั้งแต่ตะวันขึ้นยันตะวันตก จะส่งบทความของหนังสือเล่มใหม่ (ซึ่งตอนนี้เขียนเสร็จ 3 บทแล้ว) ไปให้อ่านก่อนตีพิมพ์
ปรากฏว่าตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ามีผู้ทะยอยส่งเว็บมาให้ตรวจกันแล้ว..... ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ "รางวัล" มีความน่าสนใจรึเปล่า คนเลยอยากได้กันมาก (เรื่องแบบนี้ ถ่อมตัวกันมากไม่ได้ครับ)
อ้อ.....เกือบลืมไปสำหรับ ปัญหาสุดท้ายที่ผู้เรียนมีพื้นฐานแตกต่างกันนั้น ไม่ต้องห่วงครับ พอผมบอกว่าถ้าใครทำเว็บไม่เสร็จ ไม่ให้ออกจากห้องไปรับประทานอาหารกลางวัน....
ภาพที่ผมเห็นตรงหน้าก็คือ ทุกคนสามัคคี ช่วยเพื่อนๆ ทำเว็บจนเสร็จครบถ้วน
มื้อกลางวันนั้น จึงไม่มีใครอดรับประทาน "ราดหน้าหมู+กุ้ง" อันแสนอเร็ด!!!
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ปล. จริงๆ แล้วผมอยากตั้งกฏว่า NERAMIT แต่พอมาดูความหมายของ เนรมิตร แล้ว มันคงเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะ "ความสำเร็จ" นั้น มันต้องลงมือทำ มัน "เสก" หรือ "เนรมิตร" กันไม่ได้จริงๆ !!!!
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น