วันพฤหัสที่ 18 มีนาคม 2553 ผมต้องไปบรรยายเรื่องการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ซึ่ง สถาบันอาหารจัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ช่วงนี้ผมออกจากบ้านไปไหนจึงต้องพกกล้องติดตัวไปด้วย ไปสำรวจดูว่าตอนนี้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารเขาขายอะไรบ้าง และใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดอย่างไร อย่างภาพบนนี่เป็นการขายขนมถังทอง (คล้ายๆ กับขนมถังแตก แต่หลายคนไม่ค่อยอยากกินเพราะชื่อ กลัวกินไปแล้วถังแตกรึไงไม่รู้) เจ้านี้เขาทำด้วยการใส่ไส้เป็นพวกทองหยิบ มีคนให้ความสนใจเพราะกลายเป็นความแปลกใหม่ ร้านนี้เป็นบู๊ทชั่วคราวตั้งอยู่ชั้นสอง หน้าโฮมโปร ในห้างคาร์ฟู ถนนรัชดาภิเษก
ส่วนชั้นล่างมีขนมเครปของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปกติราคา 40 กว่าบาทขึ้นไป แต่บางช่วงเขาก็มีโปรโมชั่น ประเภทเดี๋ยวนี้ โดยทำเป็นชิ้นเล็ก ขายราคาเยาว์ 20 บาทให้ลูกค้าไปลองชิมก่อน
กาแฟ Made To Order แม้ว่าจะมีรสชาติหลักให้เลือก แต่ป้ายก็ยังบอกให้ลูกค้าสั่งได้ ว่าจะเอาหวาน, ขม, อ่อน, เข้ม อย่างไรเพิ่มได้อีก บู๊ทตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก
ร้านนี้น่าสนใจ ด้วยป้ายเรียกลูกค้าขนาดใหญ่หน้าห้าง ฟอร์จูน ทาวน์ ตั้งอยู่ชั้น 1 แถมหน้าร้านยังมีทีวีโชว์วิธีทำอาหาร ผมไปช่วงเที่ยง คนเต็มร้านเสมอ (เดิมเป็นร้านขายไอศครีม)
ทีวีที่แสดงวิธีปรุงอาหาร เมื่อวิธีการน่าสนใจ ก็เหลือเพียงแค่ลิ้มลองรสชาติ ก็เดินตรงเข้าไปเลือกเมนูได้ทันที
ร้านกาแฟสมัยนี้ นอกจากรสชาติ และราคาจะเป็นจุดขายแล้ว ยังต้องมี อินเทอร์เน็ตไร้สาย ไว้บริการด้วยในยุคสังคมดิจิตอล (ร้านกาแฟบางที่กลายเป็นสำนักงานของคนเริ่มต้นธุรกิจไอที : นัดพบปะลูกค้าสรุปงานรวมถึงนั่งประมูลของจากอีเบย์)
การให้สิทธิพิเศษกับสมาชิก เฉพาะวันพุธ ลด 50 %
ร้านอาหารฟาส์ตฟู๊ด ที่ไม่ได้พึ่งพารายได้จากเฟรนไฟส์ หรือ แฮมเบอร์เกอร์เพียงอย่างเดียว ยังขายของเล่นได้ด้วย
แม้ลูกค้าจะแน่นร้าน ก็ยังต้องมีพนักงานคอยแจกโบว์ชัวร์ เพื่อเรียกลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มอยู่ตลอดเวลา
ถ้าทำป้ายโปรโมชั่น ต้องมีความโดดเด่น ป้ายนี้สูงกว่าเด็ก 12 ขวบเสียอีก แต่อย่าคาดหวังว่าจะได้กาแฟแก้วละ 25 บาท สูงกว่าฝ่ามือ
ปกติจะเห็นชาวอินเดียเข็นขายโรตี แต่เดี๋ยวนี้มีโรตีในห้างที่ขายควบกับชาชักแล้ว แนะนำว่าอย่าสั่งแบบซูเปอร์ ถ้ามาคนเดียว แม้ว่าจะมีโปรโมชั่นลด 5 บาท จากปกติ 50 บาท เพราะคุณจะได้กินโรตีที่มีแป้งสองก้อนผนวกกับไข่อีกสองฟอง!!!
ผลไม้สดก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ก็เข้ามาขายในห้างด้วยสโลแกนว่า "กินผลไม้ ไม่อ้วน" ดึงดูดใจคนรักสุขภาพ และยังคงสไตล์ผลไม้รถเข็น โดย สับสด หั่นสด
ร้านบุฟเฟ่ต์ บางที่ปกปิดราคาที่ลูกค้าต้องจ่าย เช่นเพิ่มค่าบริการ 10 % แต่ร้านนี้ประกาศชัดเจนว่าไม่บวกเพิ่มใดๆ ทั้งสิ้น แถมจ่าย 200 บาท ยังมีตังค์ทอนอีก
บนโต๊ะรับประทานอาหาร ยังใช้เป็นพื้นที่โฆษณาผลิตภัณฑ์ภายในร้านได้อีก
ร้านอาหารกับทีวีเป็นของคู่กัน สมัยก่อนถ้ามีการชกมวยชิงแชมป์โลก เช่น เขาทราย ร้านจะแน่นขนัดไปด้วยคน เพราะการเชียร์มวยในสถานที่มีคนเยอะๆ ใจตรงกัน มันส์กว่านั่งดูคนเดียวอยู่บ้านแน่นอน ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผมรับประทานประจำที่ชั้นใต้ดินฟอร์จูน สมัยก่อนก็เปิดทีวีโชว์สารคดีสัตว์โลก เคล้ากับเพลงญี่ปุ่น ได้บรรยากาศแปลกๆ ดี
แต่วันนี้ เจ้าของร้านฯ ได้ถอดทีวีขนาด 32 นิ้วเครื่องนั้นออกไปแล้ว
ผมถามเหตุผล
พนักงานเสิร์ฟบอกว่า ลูกค้าแย่งช่องกันดู เจ้าของร้านไม่รู้จะเอาใจใคร ตัดปัญหาเลยยกออกเสียเลย
วันนี้นอกจากไม่มีทีวีแล้ว
เพลงญี่ปุ่นก็พลอยหายไปด้วย
เหลือแต่เสียงเพลงไทยแว่วมาเบาๆ............
ชื่อเพลงนั้น ผมจำได้แม่น เพราะเป็นเพลงที่คุณพ่อผมชอบ...
เพลงนั้นชื่อ "น้ำตาแสงไต้" !!!
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น