ชีวิตผมคงผูกพันกับแมวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา มีแมวผ่านเข้ามาในชีวิตผมหลายตัวแล้ว นับตั้งแต่ "บุญหลง" (อ่านรายละเอียดที่นี่ http://bananaclick.velocall.com/pd1188401294.htm )ช่วงปีที่แล้ว หลังบ้านผมก็มีแมวมาเมียงมองอีก ซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ เป็นแมวดำตัวหนึ่ง คาดว่าเป็น "ตัวแม่" เพราะมันมีลูกติดสีดำอีกสองตัวตามมาด้วย ผมไม่ได้ใส่ใจมันมากนัก เพียงแต่ห่วงว่า มันจะถ่ายเรี่ยราดแล้วจะส่งกลิ่นเหม็น ดีที่หลังบ้านผมยังมีบางส่วนเป็นหย่อมทรายอยู่บ้าง สันนิษฐานว่า พอมันทำธุระเสร็จคงฝังกลบให้อย่างเรียบร้อย เลยไม่มีปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวน
ช่วงที่ "ช่างดอน" มาทาสีหลังบ้านผม เคยเตือนว่าอย่าให้อาหารมัน เพราะเดี๋ยวมันจะเกณฑ์พรรคพวกมาเพิ่มอีก เหมือนที่บ้านเขาเคยเจอปัญหานี้
ที่จริงเขาไม่ต้องบอก ผมก็ไม่ค่อยมีเวลาไปดูแลอยู่แล้ว ดังนั้น แมวสามตัวจึงอยู่กันแบบตามมีตามเกิด หลายครั้ง ผมจึงเห็นมันต้องออกไปคุ้ยเศษขยะหาอาหารหน้าบ้านเพื่อการดำรงชีพ
บางทีผมก็อดห่วงไม่ได้ เพราะหน้าบ้านตรงที่เขากองขยะ เศษอาหาร นั้นมันติดถนนใหญ่ ซึ่งรถราวิ่งกันขวักไขว่ แต่ก็สบายใจเพราะทุกครั้งที่มันเห็นคนเดินผ่าน มันก็วิ่งหนีไปตั้งหลักเสียไกล เลยคิดว่ามันน่าจะอยู่อย่าง "ปลอดภัย" !!!
แต่แล้ว มันคงชะล่าใจ เพราะแถวนั้นคนเดินผ่านไปมาทุกวัน เมื่อแมวมันเห็นคนไม่ทำอะไร มันก็ "ชิน" เริ่มขี้เกียจจะหนี เพราะเสียเวลารับประทาน...
วันที่ผมคาดไม่ถึง ก็มาถึง เมื่อน้องคนหนึ่งวิ่งมาแจ้งข่าวว่า ลูกแมวดำสองตัวถูกรถชนตายเสียแล้ว...
ผมออกไปดู ก็พบเห็นแต่ มือ (หรือเท้า) มันอยู่ข้างเดียว... ทำเอาผมรู้สึก "ผิด" ที่น่าจะมีโอกาสช่วยชีวิตมันไว้ แต่ก็สายไปเสียแล้ว..........
พอขึ้นปีใหม่ 2553 แมวดำตัวแม่ คงให้โอกาสที่สองกับผม มันออกลูกมาอีกสองตัวเหมือนเดิม คราวนี้ผิดกันแต่ว่าลูกทั้งสองของมันออกมามีสีขาวแซมสลับดำเหมือนหมีแพนด้าทั้งคู่
คราวนี้ผมเต็มใจที่จะหาอาหารมาเลี้ยงดุมัน เพื่อไถ่บาปในใจ ทั้งอาหารซอง อาหารกระป๋อง ปลากระป๋อง เรียกว่าจัดสรรเวลาดูแลอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อให้แมวแม่ลูกไม่ต้องไปคุ้ยอาหารหน้าบ้าน เสี่ยงอันตรายต่อการถูกรถทับอีก
ผมเรียกลูกๆมันตัวหนึ่งว่า "หลิน" อีกตัวว่า "ปิง" มีคนติงว่ามันเป็นแมวนะ อย่าเอาชื่อหมีแพนด้ามาตั้งให้สับสน...หลังจากเลี้ยงดูอย่างเป็นกิจจะลักษณะมาได้สองสัปดาห์ ผมก็ได้ความรู้หลายอย่างเกี่ยวกับแมว
1. แมวตัวแม่จะรอให้ลูกรับประทานอาหารก่อน แล้วที่เหลือค่อยเข้าไปกินในส่วนของตัวเอง จนหลายครั้งผมต้องแบ่งอาหารให้ต่างหาก เพราะบางทีแมวตัวลูกก็ฟาดเรียบ...

2. การเข้าหาแมว ควรเข้าซึ่งหน้า ไม่ควรแอบ หรือย่องเข้าข้างหลัง เพราะแมวอาจตกใจกลัวจนวิ่งลงไปในคูน้ำได้ และระยะแรกควรย่อตัวเล็กน้อย ค่อยๆ เดินเข้าไป ไม่ควรวิ่งเข้าใส่ (ท่าทางของคนมีอิทธิพลต่อจิตใจแมว)
3. เมื่อให้อาหารแมวบ่อยๆ แมวจะเริ่มตายใจ เดิมมันมักจะวิ่งหนีเมื่อผมเดินไปหา แต่ช่วงหลังๆ เมื่อได้ยินเสียงเคาะจานอาหาร มันจะรีบวิ่งมาหาทันที บางครั้งผมยังหาทางเอาอาหารแมวออกจากกระป๋องไม่ได้ มันยังใจร้อนตะกายตัวผมขึ้นมาเหมือนจะช่วยเปิด (อาหารแมวในกระป๋องบางทีทำเป็นก้อนกลมบดอัดแน่น บางครั้งเขย่าไม่ยอมออกต้องเอาส้อมแงะ)
4. เฉพาะวันพุธ ห้างคาร์ฟูร์ ลดราคาอาหารแมว 10 %
แมวตัวแม่
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น