หลังจากดูภาพยนตร์ 3 มิติ เรื่อง “อวตาร” แล้ว ผมรู้สึกติดใจหนัง ประเภททะลุออกนอกจอมากเป็นพิเศษ อย่างเรื่องล่าสุด Cloudy with a Chance of Meatballs ที่ผมเพิ่งไปดูมาเมื่อคืนวาน (19 มค. 53) ก็ให้ความสนุกสนานตื่นเต้นกว่าที่คาดไว้ เพราะตอนแรกถ้าใครมาชวนดูการ์ตูนเรื่องนี้ในโรงธรรมดา คงปฏิเสธเด็ดขาด....
หนังการ์ตูนอะไร ขี้โม้มหากาฬ ฝนหล่นเป็นลูกชิ้นยักษ์!!!
แต่พอได้ดูเนื้อแท้ของหนังเรื่องนี้แล้ว มันมี “ข้อคิด” ที่ดีแฝงอยู่มากมาย
1. วิทยาศาสตร์ที่ดีต้องมีส่วนแก้ไขปัญหาให้มนุษย์ แต่ต้องไม่ไปฝืนกฏธรรมชาติ จะเห็นได้ว่า ฟลินท์ ล็อควู้ด มีแววเป็นนักวิทยาศาสตร์แต่เด็ก เมื่อเขาพบปัญหาว่าเพื่อนนักเรียนสวมรองเท้าแล้วเชือกหลุด เขาจึงประดิษฐ์ สเปรย์รองเท้าที่ไม่ต้องผูกเชือก! แต่ทันทีที่เขาคิดแก้ไขปัญหาอาหารให้กับเมือง “บางกระเดือก” ที่มีแต่ปลาซาดีน โดยใช้น้ำแปรสภาพเป็นอาหารต่างๆ จนเกิดความโกลาหลจนกลายเป็นอาหารตกทั่วทั้งเมือง ซึ่งผิดธรรมชาติ แล้ว “หายนะ” ก็ตามมาในที่สุด
2. ความรักระหว่างพ่อกับลูก แม้ ฟลินท์ จะไม่เข้าใจพ่อของเขาว่า ทำไมจึงไม่ค่อยสนับสนุนให้เขาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ แต่ถึงจุดหนึ่งเขากลับต้องการความช่วยเหลือจากพ่อที่ทำซาดีนมาตลอดให้ช่วยส่งอีเมล พ่อของเขาก็พยายามที่จะใช้คอมพิวเตอร์อย่างสุดความสามารถ โดยเฉพาะการ “ลากเม้าท์”!!!
3. การสนับสนุนของผู้ปกครอง ทุกครั้งที่ฟลินท์ ท้อแท้ จะมีพ่อและแม่คอยให้กำลังใจอยู่เคียงข้างเสมอ
4. ทุกสิ่งมีประโยชน์เมื่อถึงเวลา คนทั้งเมืองลงความเห็นว่า ฟลินท์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ล้มเหลว ผลิตหนูมีปีก, เครื่องอ่านความคิดให้กับลิง แม้แต่สเปรย์ฉีดรองเท้าที่ไร้สาระ พวกเขากลับชื่นชมฝนอาหาร (ที่พังเมืองจนราบ) แต่สิ่งประดิษฐ์ในตอนต้นเรื่องกลับสร้าง “คุณอนันต์” ให้กับฟลินท์และชาวเมืองในภายหลัง
5. ความพอเพียง ประมาณตน เครื่องผลิตอาหารนั้น แม้ว่าจะมีเข็มวัดระดับความสามารถ แต่ความโลภของมนุษย์ก็บังตา จึงเกิดวาตภัยเส้นสปาเก็ตตี้
ข้อเสียอย่างหนึ่ง เวลาที่เข้าไปดูหนัง กี่มิติก็ตาม ในโรงภาพยนตร์ เราไม่มีสิทธิ์เลือก “คุณภาพ” ของคนที่นั่งข้างๆ ได้ (แม้ว่าผมจะเอาไปแล้วข้างหนึ่ง)
คนที่นั่งด้านซ้ายของผมดูจะ “ฮา”ทุก 5 วินาที จนผมรู้สึกรำคาญในตอนต้นมาก ไม่รู้ว่าเส้นขบขัน ตื้นเกินไป หรือเขาไปเก็บกดมาจากไหน !!!!
แฮมเบอร์เกอร์มีขนาดใหญ่กว่าปกติก็ขำ เส้นหมี่หล่นใส่ท่วมหัวคนก็หัวเราะ พิซซ่ายักษ์ทับหลังคาบ้านก็ฮา ทั้งๆ ที่มันเป็น “หนังการ์ตูน” !!!
แต่พอผมมานั่งคิดว่า “ใคร” ควรจะมาดูหนังการ์ตูนที่ฝนตกลงมาเป็น “ลูกชิ้นยักษ์”!!!!!
ต้องเป็นคนที่มี “จินตนาการเปี่ยมล้น” มากถึงมากที่สุด
เมื่อผมไม่สามารถไปห้ามคนข้างซ้ายผมให้หยุดหัวร่อ หรือ ไปขัดขวางความสุขของเขา
เราก็ต้องรู้จักปรับ “โหมด” ของเรา
เมื่อหนังดำเนินมากลางเรื่อง ช่วงที่ ฟอร์จูน คุกกี้ หรือคุกกี้คำทำนาย หล่นใส่กำแพงเมืองจีน และมีคำพยากรณ์ว่า ระวังข้าวโพดยักษ์ทับ ผมจึงปล่อยก๊าก ดังลั่น อย่างมั่นใจว่าเมื่อวัดจำนวนเดซิเบลแล้ว มากกว่าที่คนข้างซ้ายผมฮามาตั้งแต่ตอนเปิดไตเติ้ล ที่เทพธิดาโคลัมเบียถือคบ โดนกล้วยชนจนตกขอบ!!!!!
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น