วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สัมมนา มาตรฐานระบบการจัดการสากล ISO


สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมอบรม มาตรฐานระบบการจัดการสากล ISO 9001 ISO 1400 GMP HACCP ตามโครงการเตรียมความพร้อมบุคคลากรเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาชีพและการจ้างงานด้านมาตรฐานระบบการจัดการของสากล โดยมีเนื้อหาประกอบด้วยความรู้ในมาตรฐานระบบการจัดการสากล ISO 9001 ISO 14001 GMP HACCP, แบบฝึกหัด และบททดสอบ จำนวน 5 วัน โดยเริ่มตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2553-กุมภาพันธ์ 2553 ครอบคลุม 5 ภูมิภาค คือ กรุงเทพ ระยอง ชลบุรี เชียงใหม่ สงขลาและขอนแก่น โดยผู้เข้าอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานสัมมนาการให้รายละเอียดของโครงการนี้ได้ในวันที่ 19 มกราคม 2553 ที่โรงแรม เซ็นจูรี่ปาร์ค สอบถามรายละเอียดได้ที่คุณ ศิณีนาฐ โทร 0-2617-1727 ต่อ 801, 802 หรือ E-mail : sineenart@masci.or.th

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อ่างไฟเบอร์กลาส


เรียน อาจารย์สิทธิเดช

ผม นรพัฒน์ แก้วแดง อบรมผู้ประกอบการรายใหม่ NEC ม.บูรพา รุ่น 5 ปี 50 อยากให้ อ.วิจารณ์ หรือวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ และแนวทางการทำตลาดของผลิตภัณฑ์ของผม ตามรูปที่แนบมา

เป็นอ่างผลิตจากไฟเบอร์กลาส ขนาดใหญ่ กว้าง 1.63 ยาว 1.21 สูง 0.32 ม.

ขอบคุณล่วงหน้าครับ

ขออภัยหากเป็นการรบกวน

นับถือ

นรพัฒน์ แก้วแดง



++++++++++++++++++++++++

ยินดีมากครับ ที่ผู้เรียนไปแล้วกลับมาสอบถามปัญหารการทำธุรกิจ และหากมีข้อแนะนำที่คุณนำไปให้ประโยชน์ได้ ผมก็จะยิ่งดีใจมาก

ประการแรก ผมดูจากธุรกิจที่ทำแล้ว คุณน่าจะผลิตแล้วขายตรงให้กับพวกรับตกแต่งสวน, ทำน้ำตก, นักออกแบบตกแต่งเป็นตลาดหลัก ส่วนเจ้าของบ้านทั่วไป ผมยังเข้าใจว่ามีความรู้ด้านการติดตั้งน้อย เช่นการวางระบบปัม, ไฟฟ้าหรือการตกแต่ง (ผมยังไม่รู้ว่าคุณตั้งราคาขายเท่าไหร่ เพราะในเว็บไซต์ก็ไม่ได้แจ้งไว้....แต่ทำไมมีช่องให้กรอกสั่งซื้อก็ไม่รู้)

อย่างไรก็ตาม ผมชอบหน้าแรกที่มีการเปรียบเทียบคุณสมบัติของสินค้า ถ้าเป็นไปได้คุณควรหาโชว์รูม และจัดแสดงเป็นตัวอย่างให้ลูกค้าเห็นของจริงด้วยจะดีมาก แล้วถ่ายทำเป็นวิดีโอขึ้นเว็บไซต์ให้คนเห็นบรรยากาศ หมั่นโพสต์ลงในเว็บชุมชนเช่น pantip.com, thai2hand.com ผมคิดว่าสินค้าของคุณน่าจะขายได้นะ

อีกอย่างการออกแบบ แทนที่จะให้คนซื้อโหวดและเลือกลาย ผมแนะนำว่าคุณเอาเงินไปจ้างซินแสเก่งๆ ให้มาออกแบบรูปอ่างให้ดีกว่าครับ เพราะเรื่องนี้มันมีผลทางจิตใจและเกี่ยวข้องกับฮวงจุ้ยโดยตรง เรื่องน้ำในที่อยู่อาศัย ไม่ใช่คิดอยากจะแต่งก็แต่งนะครับ มันต้องมีหลักการ ถ้าตกแต่งไปแล้ว ทำให้เขาร่ำรวยขึ้น ใครก็อยากจะซื้อสินค้าเราไปใช้

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เฮียหงวน


ผมไม่เจอ "เฮียหงวน" อย่างน้อยต้องสิบปีขึ้นไปแล้ว เพราะเจอกันหนนี้ เขาพาลูกชาย 9 ขวบมาเยี่ยมบ้านผมด้วย

"เฮียหงวน" เป็นเพื่อนร่วมงานของผมที่ GMS ครับ ในขณะที่ผมดูแลเรื่องการตลาด เฮียหงวนก็เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการขายหน้าร้าน ตั้งแต่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์เพื่อขาย (POS) ไปจนช่วยทำงานศิลป์ตกแต่งร้านให้ดึงดูดใจลูกค้า

ฝีมือ "เฮียหงวน" ไม่ต้องพูดถึงครับ ประณีตจับใจ จนบางทีอดกังวลว่าจะเสร็จไม่ทันเทศกาล แต่ก็ไม่กล้าเร่งงานกับเฮียแกเท่าไหร่ เพราะแกเคยเปรยให้ฟังว่า....

"งานออกมาไม่ดี สู้อย่าทำเสียดีกว่า............"

สิบกว่าปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก หลังออกจาก GMS แล้ว เราแทบไม่ได้ติดต่อกันเลย จนกระทั่งเฮียหงวนไปซื้อหนังสือ "คิดได้ขายเป็น บนโลกออนไลน์" แล้วโทรมาหา...

เรานัดกันที่ฟอร์จูน เพราะเขาบอกอ่านหนังสือผมแล้ว อยากมาเรียนรู้วิธีทำร้านค้าออนไลน์บ้าง

ถามว่าเพราะอะไร ?

เขาบอกว่าตอนนี้เช่าร้านอยู่ที่เซ็นเตอร์วัน (อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ) ขายรองเท้าอยู่ ลูกจ้างที่จ้างไว้ช่วยขาย ทิ้งร้านกลับบ้านเพราะลูกป่วย ตอนนี้ก็ยังฝากเจ้าของร้านข้างๆ ช่วยขายให้!

ผมจำได้ว่าตอนออกจาก GMS ใหม่ๆ "เฮียหงวน" ใช้ฝีมือและปัญญาประดิษฐ์ "ต่างหู" ส่งขายสำเพ็ง ทำรายได้ดีมาก ขายเป็นหมื่นๆ คู่ และดูท่าว่าจะรุ่งเสียด้วย จนกระทั่งแฟชั่นตุ้มหูจากเกาหลีเข้ามาตีตลาด ยอดขายเลยหล่นฮวบ แต่เขาไม่ย่อท้อ ยังทำต่างหูขายเรื่อยมาทั้งทศวรรษ เปลี่ยนรูปแบบ, เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายหรือย้ายมาขายรองเท้า พลิกแพลงไปตามสถานการณ์

ที่น่าเสียดายก็คือ ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ .....เขาไม่เคยสนใจและจับมันอีกเลยตั้งแต่ออกจากบริษัทฯ

สภาพการเรียนคอมพิวเตอร์กับผมครั้งแรก จึงเป็นไปแบบเคอะเขิน ไม่เหมือนเมื่อสิบปีก่อนที่เขาเป็น "มือหนึ่ง" ของบริษัทฯ (หากไม่นับพวกช่างเทคนิค)

ตอนแรกว่าตั้งใจจะสอนทำร้านค้าให้เขา เลยเปลี่ยนใจสอนแค่เปิดและรับส่งอีเมลให้เป็นก่อนดีกว่า เพราะเวลาน้อย เขาต้องรีบกลับไปปิดร้านก่อน หมดเวลาทำการของศูนย์การค้าฯ

ใช้เวลาไม่นาน เขาก็มีกล่องจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นของตัวเองในชื่อว่า dumbbell43@gmail.com (ชื่อของลูกชาย และรหัสสองตัวท้ายก็คือปีที่ลูกชายเกิด....)

จากนั้นผมก็นำธุรกิจของเขาไปโพสต์ลงในเว็บประกาศซื้อขาย

ผมพยายามบอกเขาว่าเรียนรู้ไปแล้วก็พยายามกลับไปฝึกฝน เริ่มต้นไปหยอดตู้คอมพิวเตอร์เล่นตามร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ใช้ให้พอเป็นเสียก่อนค่อยไปลงทุนซื้อเครื่องคอมฯ...

ปล. หากใครสนใจจะรับ "ต่างหู" ที่เฮียหงวนประดิษฐ์ขึ้นไปจำหน่ายต่อก็สามารถโทรศัพท์ติดต่อไปได้ที่ 0868816097

วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สวัสดีปีใหม่ 2553

อีกไม่กี่วัน ก็จะหมดปี พ.ศ. 2552 แล้ว ช่วงใกล้ปลายปีแบบนี้ "ชีพจร" จะลงเท้าผมบ่อย ด้วยแต่ละห้างต่างตกแต่งร้านค้าเพื่อดึงดูดลูกค้าในเทศกาลสำคัญนี้ ผมเลยต้องไปเก็บข้อมูลการตลาด ส่วนหนึ่งเพื่อทำหนังสือและอีกส่วนก็คงต้องเก็บ"เรื่องราว" ไปบรรยายในชั้นเรียนผู้ประกอบการ ฯ ซึ่งก็มีผู้ทาบทามให้เตรียมตัวไว้แล้วเหมือนกัน "ยักษ์" ไม่ใช่เฝ้าวัดเพียงอย่างเดียว ยุคสมัยนี้ เข้าไปเฝ้าห้างสรรพสินค้าเพื่อช่วยดึงคนด้วย

กระแส รักษ์โลกยังไม่มีตก โดยเฉพาะปีหน้า ภาครัฐและเอกชนคงจับมือร่วมกันรณรงค์อย่างหนัก เพราะขยะยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน และหน้าหนาวปีนี้ ก็ยังรู้สึกอุ่น..


ผมชอบไอเดียผนังแบบนี้ครับ ไม่ต้องใช้มอเตอร์ไฟฟ้า อาศัยพลังงานลม ก็ทำให้เกิดความเคลื่อนไหว สร้างความน่าสนใจได้

"กรุงเทพฯ" ดูท่าว่าจะไม่ยอมหลับจริงๆ


การใช้รูปแบบอักษร เพื่อสร้างอาณาเขตก็เป็นความคิดที่ไม่เลว

จำได้ว่าสมัยเด็กๆ ชอบดูการ์ตูนหุ่นยนต์ เช่น มาซิงก้า, เก็ตเตอร์ทรี แต่สมัยนี้ต้อง "กันดั้ม" ลูกเดียว!

หุ่นจำลองช่วยสร้างเสริมจินตนาการของเด็ก แต่คนซื้อคงต้องกระเป๋าหนาพอสมควร เพราะเห็นเล็กๆ แบบนี้ราคาต้องไม่หย่อนกว่าครึ่งหมื่นแน่นอน
ผมชอบดูหุ่นสู้กันมากกว่า อย่างน้อย "คน" จะได้ไม่เจ็บตัว! แล้วไม่ต้องมาเสียใจภายหลังว่า ไม่น่าพลั้งมือทำเขาเจ็บหรือตายเลย....ว่ากันไปตามจินตนาการ....


โลโก้หน้าศูนย์การค้า (คงเดาได้ว่าเป็นห้างอะไร?) ยามค่ำคืน


สมัยเรียนประถม ชอบหนีโรงเรียนมาเที่ยวราชดำริ โดยเฉพาะ "ไดมารู" เป็นห้างโปรดที่ชอบเข้าไปสำรวจ แต่ตอนนี้ไม่รู้ไปอยู่ไหนแล้ว?

สวัสดีปีใหม่ 2553 ครับ .......ชาวไทย....และขอบคุณทุก ส.ค.ส. และของขวัญที่ส่งมาอวยพร ขอให้ทุกท่านได้รับพรนั้นกลับไปเช่นกัน โดยเฉพาะ "คุ๊กกี้" จาก คุณธนิต วิริยะรังสฤษฏ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร "อีคอมเมิร์ช" อร่อยมากครับ...

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ทำเว็บขายของจริงดีกว่า

สวัสดีค่ะ อ.ก้อง
ไม่ได้เจอกันนาน หวังว่า อ.ก้อง สบายดีนะคะ
เขียนมาเล่าว่าบล็อคไปกินกัน http://www.paigingun.blogspot.com/ ที่อาจารย์ริเริ่มนั้น มีคนเข้ามาชมมากมาย ทั้งที่กะว่าจะเขียนเอง อ่านเอง แต่ลองเอาไว้ในลายเซ็นต์ของอีเมล
ก็มีทั้งคนรู้จักและไม่รู้จักอีเมลมาจากบล็อคนี้
ที่ว่ามีคนเข้ามาชมมากมายนั้น ถามไถ่ได้ความว่า เค้าชมหัวบล็อคที่อาจารย์เป็นคนทำง่ะ แง๊ ๆๆ ตอนแรกก็คิดว่าชมเราที่เขียนดีซะอีก

อ้อ อีกเรื่อง บล็อคที่ปุ๊กลองถ่ายรูปต้นไม้บ้านป๋ามาขายบนเน็ตเล่นๆ นั้นใช้ได้เลยทีเดียวมีคนติดต่อมาเรื่อยๆ และขายได้หลายตังส์แล้ว
ทำให้หนูมีเงินซื้อข้าวกิน ดีใจจังเลย
ยังไงก็ต้องขอบคุณอาจารย์ผู้ริเริ่ม และสอนวิชาอีคอมเมิร์ซให้ค่ะ
ปุ๊ก
+++++++++++++++++++++++++++++++
เดือนพฤศจิกายน ผมมีสอนเกือบทุกอาทิตย์ ใน 4 มหาวิทยาลัย (ม.ขอนแก่น, ม.กรุงเทพ, ม.นเรศวร และม.บูรพา) แถมแต่ละแห่งต้องไปบรรยายคนละหัวข้อ เลยต้องใช้เวลาในการเตรียมข้อมูล และตรวจการบ้านที่นิสิตส่งมา ต้องขออภัยที่ไม่ค่อยมีเวลามาอัพเดรทข้อมูลในเว็บเลย

บรรยายเรื่อง "ช่องทางการจัดจำหน่ายยุคใหม่" ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

บรรยายเรื่อง แนวคิดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ สอนทำเว็บ และการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร

บรรยายเรื่อง "การจัดการธุรกิจสมัยใหม่ ในยุคเทคโนโลยี" ที่มหาวิทยาลัยบูรพา
วันนี้ได้รับอีเมลจากคุณปุ๊ก เลยนำมายืนยันว่า อีคอมเมิร์ช เอาไปใช้ทำมาหากินได้จริงๆ แม้ว่าจะไม่รวยปุ๊ปปั๊ป แต่ก็ทำให้เรามีรายได้ ผมบอกนิสิตว่าให้ลองไปซื้อของที่ชอบมาทำเว็บไซต์ทดลองขาย (ถ้าขายไม่ได้ก็เก็บไว้เอง เพราะเป็นของชอบอยู่แล้ว) จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงว่า ทำร้านเสร็จ ต้องโปรโมทร้านแบบไหน, เวลาลูกค้าโทรเข้ามาเจรจาต่อรอง เรื่องราคา, สถานที่ส่งของ ต้องทำอย่างไร เป็นการเรียนรู้ที่ดีกว่าอ่านหนังสือตำราหรือไปก๊อปปี้ข้อความจากเว็บคนอื่นมาทำส่งเพียงอย่างเดียว เพราะเว็บแบบนั้น ทำสวยไป ก็ไม่ทำให้เรามีรายได้เกิดขึ้น แต่ถ้าลองไปหาของจริงมาขายได้สักชิ้น สองชิ้น จะทำให้เข้าใจเรื่องการตลาดอย่างถ่องแท้ขึ้น

วันเสาร์ที่ 12 ธัีนวาคม 2552 ผมก็มีคิวต้องไปบรรยายในงานสัมมนาโอทอปครั้งที่ 2 เรื่อง "เปิดกลยุทธ์การตลาด....สร้างโอกาส OTOP ยุคใหม่" จัดโดยรายการ โมเดิร์น ไลฟ์สไตล์ ที่ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าวระหว่างเวลา 10.00-12.00 น. ใครว่างจะแวะเวียนไปคุยกัน ที่นั่นก็ได้ครับ....