ผมชอบคุยกับนักธุรกิจครับ โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ทั้งชื่อเสียง เงินทอง การยอมรับจากสาธารณชน และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเป็น สาเหตุหนึ่งก็เพราะหัวข้อการบรรยายของผมส่วนใหญ่เกี่ยวพันกับเรื่องการก่อร่างสร้างตัว หรือ การสร้างกิจการเป็นของตัวเอง การคุยกับท่านเหล่านี้จึงเป็นการเก็บข้อมูลในเชิงลึก ได้เนื้อหามากกว่าจะอ่านจากตำราหรือหนังสือ ซึ่งผิวเผินและต้องอ้างอิงทฤษฏีมากเกินไปการคุยกับเจ้าของกิจการตัวจริง เสียงจริงนั้น
ผมว่า “มันส์” กว่าแยะ
++++++++++++++++++
นักธุรกิจคนหนึ่ง ซึ่งผมคุยด้วยแล้วสนุกทุกครั้ง ตั้องนับ “เจ้านาย” คนนี้ของผมด้วย
นักธุรกิจคนหนึ่ง ซึ่งผมคุยด้วยแล้วสนุกทุกครั้ง ตั้องนับ “เจ้านาย” คนนี้ของผมด้วย
“เจ้านาย” คนนี้เป็นเจ้านายผมตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2533 สมัยลงบัญชีคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม โลตัส 123 แถมเป็นครูคนแรกๆ ที่สอนวิชาคอมพิวเตอร์ผมด้วย!!!!
เป็น “เจ้านาย” คนแรกที่ทำงานต่างแดนร่วมกันมาตั้งแต่ “นิวยอร์ก”
เป็น “เจ้านาย” ที่รักและเคารพเหมือนญาติ เพราะเคยไปอาศัยซุกหัวนอนที่บ้านของเขาในนิวเจอร์ซี่เป็นเดือน กว่าจะหาบ้านเช่าตัวเองได้สำเร็จใน “ควีน”
และเป็น “เจ้านาย” ที่ผมได้รับความรู้ใหม่ๆ ที่ในตำราเล่มไหนก็ไม่มีสอน ตลอดเวลา
ปกติ “เจ้านาย” คนนี้จะเดินทางมาเมืองไทย ปีละ 2-3 ครั้ง เพราะยังมีธุรกิจนำเข้าที่ต้องติดต่อซัพพลายเออร์ที่นี่ด้วย..
เป็น “เจ้านาย” คนแรกที่ทำงานต่างแดนร่วมกันมาตั้งแต่ “นิวยอร์ก”
เป็น “เจ้านาย” ที่รักและเคารพเหมือนญาติ เพราะเคยไปอาศัยซุกหัวนอนที่บ้านของเขาในนิวเจอร์ซี่เป็นเดือน กว่าจะหาบ้านเช่าตัวเองได้สำเร็จใน “ควีน”
และเป็น “เจ้านาย” ที่ผมได้รับความรู้ใหม่ๆ ที่ในตำราเล่มไหนก็ไม่มีสอน ตลอดเวลา
ปกติ “เจ้านาย” คนนี้จะเดินทางมาเมืองไทย ปีละ 2-3 ครั้ง เพราะยังมีธุรกิจนำเข้าที่ต้องติดต่อซัพพลายเออร์ที่นี่ด้วย..
++++++++++++++++++++++
มาเมืองไทยครั้งล่าสุด ผมมีโอกาสได้ไปเคารพพบปะ สนทนาด้วยในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2552
เราคุยกันสัพเพเหระ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และผมได้เล่าถึงโครงการจะเขียนพอคเก๊ตบุ๊คเล่มใหม่ ในแนวทางสร้างธุรกิจด้วยสองมือตัวเอง เลยถือโอกาส (ขอความรู้อีกครั้ง) ให้ “เจ้านาย” คนนี้เล่าประสบการณ์ที่เขาทำธุรกิจแล้วล้มลุกคลุกคลานทั้งที่ อังกฤษ และอเมริกา ให้ฟัง….
มาเมืองไทยครั้งล่าสุด ผมมีโอกาสได้ไปเคารพพบปะ สนทนาด้วยในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม 2552
เราคุยกันสัพเพเหระ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ และผมได้เล่าถึงโครงการจะเขียนพอคเก๊ตบุ๊คเล่มใหม่ ในแนวทางสร้างธุรกิจด้วยสองมือตัวเอง เลยถือโอกาส (ขอความรู้อีกครั้ง) ให้ “เจ้านาย” คนนี้เล่าประสบการณ์ที่เขาทำธุรกิจแล้วล้มลุกคลุกคลานทั้งที่ อังกฤษ และอเมริกา ให้ฟัง….
“คนเราต้องใจสู้เสียก่อน แล้วสู้นี่ต้องสู้แบบหัวชนกำแพงเลยนะ จึงจะประสบความสำเร็จ” เจ้านายผมย้ำ
“หัวชนกำแพงก็เจ็บสิครับ” ผมแย้ง เพราะห่วงว่าหัวจะแตกตายก่อนรวย
“อ้าว เวลาที่ชนกำแพงแล้วหัวเจ็บ ถ้าเจ็บก็ต้องจำใช่ไหม ครั้งต่อไปจะได้ระวังไง ! ถ้าใจสู้ แต่ไม่ยอมทำ ทำก็ทำไม่เต็มที่ เอาแต่กลัวเจ็บ จะมีธุรกิจของตัวเองเกิดขึ้นได้ไง หลักสำคัญคือ เวลาทำธุรกิจต้องทุ่มเท แม้ล้มเหลวแต่เราก็ยังได้บทเรียน”
“หัวชนกำแพงก็เจ็บสิครับ” ผมแย้ง เพราะห่วงว่าหัวจะแตกตายก่อนรวย
“อ้าว เวลาที่ชนกำแพงแล้วหัวเจ็บ ถ้าเจ็บก็ต้องจำใช่ไหม ครั้งต่อไปจะได้ระวังไง ! ถ้าใจสู้ แต่ไม่ยอมทำ ทำก็ทำไม่เต็มที่ เอาแต่กลัวเจ็บ จะมีธุรกิจของตัวเองเกิดขึ้นได้ไง หลักสำคัญคือ เวลาทำธุรกิจต้องทุ่มเท แม้ล้มเหลวแต่เราก็ยังได้บทเรียน”
++++++++++++
บางที .......ผมคิดว่าการจะเป็นนายตัวเองที่ดีในอนาคตได้นั้น ควรต้องเริ่มต้นด้วยการหา "เจ้านายที่ดี" ให้ได้เสียก่อน !!!
อ้อ....ผมลืมบอกไปว่า “เจ้านาย” ของผมคนนี้ชื่อ คุณสุโชติ ปาลีวงศ์ ครับ


หนังสือเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับคนหลายๆ กลุ่ม ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า ธุรกิจร้านเช่าหนังสือ เป็นธุรกิจที่คืนทุนเร็ว อย่างปกนิตยสารบอกราคา 90 บาท เขาให้เช่าวันละ 9 บาท !!!
ร้านหนังสือทั่วไป คงต้องรอ หนังสือ 


มูลนิธิไทยคมร่วมเตรียมความพร้อมเด็กไทย ในกิจกรรม This's My Future แนะนำ 10 อาชีพสุดฮิพแห่งอนาคตของไทยเพื่อให้น้องๆ เลือกเส้นทางการเรียนและอาชีพได้อย่างมั่นใจ