ช่วงนี้อีเมลที่ได้รับมากที่สุดมักจะเป็นการเตือนเรื่อง หวัด 2009 เนื้อหานอกจากจะอธิบายถึงการแพร่กระจาย, วิธีป้องกัน แล้วยังมีบางฉบับอดเหน็บแนมถึงเรื่อง
"ความหน้าบาง" ไม่เข้าท่าของหน่วยงานที่รับผิดชอบ และสื่อมวลชนด้วย กลัวว่าการออกข่าวมากๆ จะกระทบต่อธุรกิจ หรือรายได้การท่องเที่ยวหดหายไป
ความจริงเรื่องแบบนี้ประชาสัมพันธ์ในแนว
"ตระหนัก" แต่อย่า
"ตระหนก" ได้ครับ นั่นคือต้องยอมรับสถิติของผู้ป่วย ความรุนแรงของอาการไข้ที่เป็นกันง่าย และใครๆก็สามารถเป็นกันได้ ถ้าไม่รู้วิธีป้องกัน ดังนั้น วันนี้นอกจากต้องใช้วิธี
"ทานของร้อน ใช้ช้อนกลาง และล้างมือแล้วก็ต้องถือหน้ากากป้องกันติดออกจากบ้านไปใช้ย่านชุมชนด้วย" เพราะไม่รู้ว่าใครบ้างที่ไม่สบาย หรือมีอาการอันอาจจะเป็นสื่อในการเผยแพร่โรคได้ แม้ว่าจะป้องกันได้เพียงแค่ 10 % ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
ความเข้าใจที่ว่าคนเป็นโรคเท่านั้นที่ควรใส่หน้ากากป้องกัน จึงเป็นความคิดที่ผิด ผมสงสารผู้โดยสารคนหนึ่งที่ถูกคนขับรถตู้ให้ลงเพราะเข้าใจว่าเธอเป็นโรค จะเป็นพาหะติดต่อกับผู้โดยสารท่านอื่น ทั้งๆ ที่การสวมหน้ากากป้องกันนั้นถือเป็น
"ความรับผิดชอบ" ส่วนบุคคล ที่ไม่ว่าคุณจะเป็นหรือไม่เป็นก็ควรจะป้องกันเวลาไอ, จาม จะได้ไม่มีเชื้อกระเด็นกระดอนไปในอากาศ
วันที่ 15 กรกฏาคม 2552 ที่ผ่านมา ผมไปฟังปฐมนิเทศเรื่องการเรียน
อีคอมเมิร์ชออนไลน์ครั้งที่ 3 ของกรมพัฒนาธุรกิจ ที่จัดขึ้นที่โรงแรมดิเอ็มเมอรัลด์ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมนับร้อย ทางเจ้าภาพเขาก็แจกหน้ากากป้องกันให้ นับว่าเป็นไอเดียที่ดี โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องเรียนออนไลน์ที่ผู้เรียนสามารถเรียนอยู่ที่บ้าน หาความรู้ได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาเสี่ยง
"โรคระบาด" ก็ต้องขอชมเชยผู้จัดที่ยังดันโครงการนี้มาอย่างต่อเนื่องถึง 3 ปีแล้ว
เรื่อง
"หน้ากากป้องกัน" นี่ถือเป็นสิ่งสำคัญ ผมอยากจะวิงวอน บรรดาเจ้าของกิจการทั้งหลายว่า
อย่าไปบังคับให้พนักงานขายของท่านไม่ใส่หน้ากาก กลัวว่าลูกค้าจะไม่เห็นรอยยิ้ม หรือไปตั้งแง่ว่าใส่หน้ากากเข้าหาลูกค้าเลย เพราะมันเป็นเรื่องของ "สุขอนามัย" และแสดงถึงความห่วงใยในสวัสดิภาพของผู้ใต้บังคับบัญชาของท่าน ซึ่งสมควรที่จะดูแลและรักใครพวกเขาเหมือนบุตรหลาน...
ถ้าวันนี้ท่านเจ้าของกิจการยังต้องซื้อหน้ากากป้องกันให้บุตรหลานสวมใส่ แล้วจะไปบังคับ ลูก (จ้าง) ของท่านไม่ให้ใส่ ทำไม!?!
ปล. ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมาเนื่องจากมีพนักงานขายหลายคนที่ล้มป่วยเพราะไข้หวัดระบาดครั้งนี้ หากท่านเป็นผู้ซื้อสินค้าหรือใช้บริการ ควรหลีกเลี่ยงร้านค้าที่ปล่อยให้พนักงานขาย ไม่ใส่หน้ากากยืนให้บริการ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า พนักงานขายเหล่านั้นเป็น
"พาหะ" ของโรคหรือเปล่า!?! และยิ่งเจ้าของธุรกิจไม่ให้พนักงานขายใส่เครื่องป้องกัน ก็น่าจะดูออกแล้วว่า เขามีความจริงใจในการให้บริการท่านแค่ไหน!?!