วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ห้างสรรพสินค้าแห่งความรู้

วันที่ 8 ตุลาคม 2552 เวลา 10.30 น. สถาบันพัฒนาทรัพยากรความรู้ Knowledge Development Resources Institute (KDRi) ได้จัดงานแถลงข่าว เพื่อเปิดหลักสูตร ศูนย์การค้าแห่งความรู้ ระดมที่ปรึกษาธุรกิจจัดหลักสูตรยุทธศาสตร์องค์กร , การจัดการบริหารระบบการเงินการบัญชี และ การการตลาดยุคดิจิตอล พร้อมดึงพันธมิตรทุกเครือข่ายสนับสนุน SMEs ไทยก้าวสู่ตลาดโลก

อ. เจิดศิริ สุขเสริม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทรัพยากรความรู้ Chief Knowledge Officer (CKO) ของสถาบันพัฒนาทรัพยากรความรู้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสถาบันจะเปิดหลักสูตรอบรมชนิดเข้มข้น โดยระดมสายงานมืออาชีพจากหลายวงการมาร่วมพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ภายใต้คอนเซปท์ Department Store of Knowledge ขึ้นเป็นแห่งแรกของประเทศไทย

โครงการดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เมื่อตนเข้าไปรับหน้าที่ที่ปรึกษาให้กับหลายธุรกิจพบว่า อุปสรรคที่ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและย่อมของไทยประสบปัญหานั้น เกิดจาก “ปัจจัยภายใน” มากกว่า เมื่อ เศรษฐกิจของโลกมากระทบจึงทำให้ปัญหานั้น “สะท้อนผล” ออกมาเร็วมากยิ่งขึ้น เนื่องจากไม่มีภูมิความรู้คุ้มกัน และปรับตัวไม่ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ปัญหาหลักของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและย่อมของไทย ประกอบด้วย 3 ประเด็นหลัก คือ เรื่องของการจัดการองค์กร ซึ่งครอบคลุมถึงการบริหารงานและคน ที่ยังขาดการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เรื่องที่สองคือการจัดระบบการเงิน และบัญชี บางกิจการขายมากกลับขาดทุนมาก และเรื่องที่สามคือด้านการตลาด แม้ว่าจะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่หากไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย ก็ทำให้การใช้งบประมาณขาดประสิทธิภาพ

“การอบรมของเรานอกจากจะมีวิทยากรซึ่งมีประสบการณ์ด้านธุรกิจแล้ว เรายังนำนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล, หรือได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นมาร่วมเป็นผู้ให้คำแนะนำโดยตรง นอกจากนั้น ยังมีเครือข่ายนักธุรกิจต่างประเทศที่ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ของคนไทย และพร้อมที่จะเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายในประเทศของเขาเข้ามาร่วมสนับสนุนด้วย”

อ. ธีรเสฏฐ์ ศิรธนานนท์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสาทรธานี มหาวิทยาลัยรังสิต , ผู้บริหารระดับสูงด้านการเงินและการบัญชีจากองค์กรเอกชนหลายแห่ง และเป็นหนึ่งในทีมบริหารของสถาบันพัฒนาทรัพยากรความรู้ กล่าวเสริมถึงเรื่องดังกล่าวว่า การอบรมในครั้งนี้จะเน้นเชิงปฏิบัติมากกว่าทฤษฏี โดยหลักสูตรจะพัฒนาให้ผู้ประกอบการไทยรู้จักวิธีคิดแบบสร้างสรรค์ ซึ่งจะได้มีการนำเจ้าของธุรกิจที่ได้รับรางวัลในต่างประเทศ อาทิ คุณถาวร เตชะไกรศรี จากทีไทยสแน็ค เจ้าของปลาหมึกอบกรอบสควิดดี้ และเจ้าของผลงานเหรียญเงินจากงานประกวดนวัตกรรม SIIF ที่ประเทศเกาหลี - ถั่วเคลือบน้ำดอกกุหลาบ , คุณประพันธุ์พงษ์ นทกุล จากโนวัสอินเตอร์เทรด เจ้าของยาสีฟันเดนต้าเมท เจ้าของรางวัลเหรียญทอง 2 รางวัล จากงาน SIIF ที่ประเทศเกาหลีเช่นกัน ผลงานยาสีฟันเม็ดฟู่ , คุณยุทธนา อโนทัยสินทวี The Remaker by Yuttana เจ้าของผลงานล่าสุด Garmennto รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และเหรียญเงินจากงาน SIIF เช่นเดียวกัน มาร่วมทำงานกับทีมที่ปรึกษาเพื่อสร้างมุมมองใหม่ของการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยให้ก้าวเทียบชั้นระดับโลกได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะด้านการสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาธุรกิจจากภาครัฐบาลด้วย
อ. สิทธิเดช ลีมัคเดช ผู้พัฒนากล้วยตากออนไลน์ Bananaclick.com ที่ปรึกษาธุรกิจอิสระ ที่เข้าร่วมทีมบริหารของสถาบันนี้ เห็นตรงกันว่า การเปิดหลักสูตรอบรมภายใต้แนวคิด ห้างสรรพสินค้าแห่งความรู้ (Department Store of Knowledge) นี้ จะต้องตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการในปัจจุบันที่มีปัญหาหลากหลายและไม่เข้าใจว่าปัญหาของตนเอง สมควรได้รับการแก้ไขในระดับใด ด้วยความรวดเร็วอย่างไร รวมทั้งการมีทีมงานที่มีประสบการณ์เป็นเพื่อนคู่คิดทางธุรกิจ จึงได้หารือกับ ดร สุกิตติ เอื้อมหเจริญ ซึ่งคร่ำหวอดในวงการธุรกิจมากว่า 20 ปี และคิดค้นกระบวนการแก้ปัญหาแบบ DAAA (ดี ทริเปิ้ล เอ) ซึ่งเป็นลิขสิทธ์เฉพาะ โดยช่วงเริ่มต้นนี้ จะเน้นในเรื่องของการวิเคราะห์ปัญหาอันเกิดจากการจัดระบบขององค์กร (พัฒนาทรัพยากรมนุษย์) , การบริหารระบบการเงินและบัญชีฝ่าวิกฤติเศรษฐ , และการขยายตลาดด้วยเทคโนโลยี (ดอทคอมเรื่องกล้วยๆ) โดยหลักสูตรเหล่านี้จะเริ่มอบรมตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน –ธันวาคม 2552

“หลักสูตรเหล่านี้ เปรียบเสมือนแผนกต่าง ๆ ในห้างสรรพสินค้า (Department Store of Knowledge) ที่ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาเลือกได้ตามสะดวก และจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำก่อนด้วยระบบ DAAA (เหมือน BA – Beauty Assistance) แต่ใน School of SMES เรียกว่า KA (Knowledge Assistance) ซึ่งเราจะเก็บข้อมูลไว้ในทะเบียนที่เรียกกว่า Knowledge Tank เมื่อผู้ประกอบการรู้แน่ชัดแล้วว่า ตนเองมีปัญหาอย่างไร และจะได้รับการจัดคอร์สฝึกอบรมเป็นซีรี่ย์ได้อย่างถูกต้อง เช่น บริษัท A มีปัญหาอยู่ 3 อย่าง (หลังผ่านระบบ DAAAแล้ว) ทางทีมบริหารสถาบันฯ จะจัดหลักสูตรให้ตามจังหวะของปัญหานั้น ๆ คือ Knowledge Shopping List ไว้ในรถเข็นที่เราเรียกว่า Knowledge Shopping Cart ประจำตัวของผู้ประกอบการนั้น ๆ เมื่อผ่านการฝึกอบรมไป จะมีการติดตามผลโดยทีมที่เรียกว่า Knowledge Assessor ซึ่งจะทำให้สถาบันฯ สามารถวัดผลและค่าความสำเร็จของการมาฝึกอบรมในครั้งที่แล้ว และสามารถจัดเตรียมให้แก่ผู้ประกอบการได้ในครั้งต่อไปได้อย่างดี โดยทีมบริหารถือว่า ความสัมฤทธฺ์ผลและความคุ้มค่าของการฝึกอบรมจากสถาบันเคดีอาร์ ภายใต้ School of SMES ถือเป็นส่วนหัวใจสำคัญที่สุด ซึ่งหากผู้เรียน ศึกษาแล้วไม่เข้าใจ สามารถกลับมาเรียนซ้ำ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทีมบริหารเรียกว่า ระบบ KRM (Knowledge Relationship Management)”

สถาบันเคดีอาร์ ภายใต้โครงการ School of SMES ถือเป็น อีกแนวทางเลือกหนึ่งของระบบที่ปรึกษาและการพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย รวมถึงจากต่างประเทศที่ต้องการทำธุรกิจและยกระดับฐานะธุรกิจของตนเองให้อยู่รอดอย่างยั่งยืนในประเทศและต่างประเทศต่อไป ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันเคดีอาร์ โทรศัพท์ 081-694-1428

0 ความคิดเห็น: