วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

NEC ของสถาบันอาหาร

วันที่ 11 มิถุนายน 2552 เวลา 15.00-18.00 น. ผมต้องไปสอนวิชาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรณีศึกษาอาหารแปรรูปให้กับโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC) ที่คราวนี้สถาบันอาหารเป็นผู้จัดหลักสูตรขึ้นที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ผมไปสอนโครงการนี้ติดต่อกันมาหลายครั้งแล้ว ปัญหาที่พบก็คือเรื่องของเวลา ไม่รู้ว่าจะพยายามอย่างไรก็ "ไม่พอ" เสียที ที่จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้จบลงได้ภายใน 3 ชั่วโมง ครั้งล่าสุดผมเลยตัดสินใจปรึกษาคุณชุติมา ผู้ที่คอยดูแลให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่นว่า ผมได้จัดทำหนังสือ "เมื่อ SMEs จะมีเว็บไซต์" ซึ่งเป็นการเล่าประสบการณ์, การเริ่มต้นทำอีคอมเมิร์ช ขึ้นมา เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจพื้นฐาน และเก็บไว้ทบทวน เตือนความจำในภายหลังได้ จะขอนำไปวางขายหน้าห้อง เหมือนเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาได้หรือไม่ ? เพื่อจะได้มีเวลาที่เหลือมาทำ "ของจริง" ให้ผู้เข้าอบรมดูเลยดีกว่ามาพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องเสียเวลานึกภาพอีก

คุณชุติมา ขอดูรายละเอียดหนังสือ ผมก็จัดส่งเล่มตัวอย่างไปให้ทางไปรษณีย์ ผมว่าเธอเป็นคนรอบคอบพอสมควรนะครับ ก่อนที่จะส่งมอบอะไรให้ลูกค้า ก็ต้องตรวจสอบก่อนว่ามีพิษมีภัย หรือจะก่ออันตรายภายหลังได้หรือไม่?

ไม่นานเธอก็ตอบตกลง ผมถามเธอว่ามีผู้เรียนกี่ท่าน เธอก็ตอบว่า 40 ท่าน ผมดูสต๊อกที่บ้านแล้วพบว่ามี 27 เล่ม ก็กะขนไปเท่านั้น เพราะต้องเรียนตามตรงว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับ "มือใหม่" จริงๆ ที่จะอ่านแล้วได้รับความรู้ ถ้าคนที่เก่งแล้ว อาจจะไม่ซื้อก็ได้ ด้วยความขี้เกียจขนกลับ ผมก็เลยตั้งใจกะให้ "ดีมานต์" มีมากกว่า "ซัพพลาย" จะขายของได้ง่ายขึ้น!!!

เหมือนเวลาที่ไปเดินดูตามห้าง ถ้าสินค้านั้นกองเป็นภูเขาเลากา เรารู้สึกว่าเดี๋ยวมาซื้อก็ได้ เดินไปซื้ออย่างอื่นก่อน บางทีลืมไปเลย กลับบ้านไปก็ไม่ได้ซื้อ แต่ถ้าเห็นของมีจำนวนน้อยในกะบะ ยิ่งต้องรีบหยิบ เพราะเดี๋ยวเดินกลับมาไม่ทัน คนอื่นคว้าไปเสียก่อน

ผมคิดของผมแบบนี้นะ ขนาดเอาของไปน้อยกว่าผู้เรียนแล้วยังกังวลว่าจะขายไม่ได้ ก่อนไปยังอุตส่าห์นั่งทำป้ายประกาศสวยงาม บอกเหตุผลเสร็จสรรพว่าทำไมควรซื้อ แล้วก็ขายในราคาลดพิเศษด้วย

พอไปถึง ยังไม่ทันสอน หรือเอ่ยปากโฆษณาอะไร ปรากฏว่า หนังสือขายหมดเกลี้ยงภายในช่วงพักเบรก 5 นาทีเท่านั้นเอง แถมมีเสียงต่อว่าอีก "ทำไมขนมาไม่พอคน ฝนตกไม่ทั่วฟ้า"

.....ก็ว่ากันไป.. ทำให้ผมรู้สึกผิดและเสียดายนิดหน่อย....

ป้ายโฆษณาที่ทำมาเกือบไม่ได้ใช้ประโยชน์ (เพราะตั้งไม่ถึง 5 นาที แต่นั่งพิมพ์นั่งออกแบบหน้าเครื่องคอมฯเกือบครึ่งชั่วโมง) ถ้าผมไม่ฉุกคิดขึ้นได้ว่า นี่ก็เปรียบเสมือนหน้าเว็บเพจหนึ่งเหมือนกัน ผมจึงตั้งคำถามกับผู้เรียนว่า "ทำไมเราไม่นำสินค้ามาตั้งไว้บนโต๊ะเฉยๆ ให้ลูกค้าเลือกซื้อเอง ทำไมต้องใช้ป้าย ทำไมต้องเสียเงินจ้างพนักงานอธิบาย" ทุกคนก็จะตอบว่า สิ่งเหล่านี้มีส่วนช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น

ผมถึงบอกว่าการทำเว็บไซต์ก็เหมือนการทำป้ายอธิบายคุณสมบัติของสินค้าเพื่อให้ลูกค้าเกิดความสนใจ อยากได้ อยากซื้อ ถ้ายุคสมัยนี้คนส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้อินเทอร์เน็ต ก็ควรจะทำป้ายประชาสัมพันธ์ธุรกิจของเราไปตั้งให้เขาเห็นในจอด้วย!!

ขั้นตอนต่อมาผมก็สาธิตการสั่งซื้อสินค้าด้วยบัตรเครดิต อธิบายว่าการโกงทำแบบไหน เกิดได้อย่างไร ในฐานะผู้ขายควรระมัดระวัง ป้องกันวิธีไหน

ช่วงสำคัญคือการสร้างเว็บไซต์ ผมให้ผู้เข้าอบรมเขียนอธิบายถึงตัวเอง, สินค้า, คุณสมบัติ และเหตุผลที่ลูกค้าควรใช้บริการในกระดาษก่อน มีผู้ประกอบการธุรกิจคนหนึ่งทำธุรกิจผักปลอดสารพิษ เขียนเสร็จก่อน ผมก็เลยเอาธุรกิจของเธอมานำร่องเป็นตัวอย่างสร้างเว็บไซต์ เพื่อสอนให้ผู้เรียนได้เห็น "ของจริง"

ผมยังบอกอีกด้วยว่าถ้าใครสร้างเว็บเสร็จแล้วให้อีเมลมาแจ้งผม เพื่อจะได้ทำลิงค์ไปเว็บไซต์ของท่าน เพื่อเป็นการช่วยกันประชาสัมพันธ์

หรือแม้แต่ข้อมูลที่เขียนวันนี้ หากอยากให้เกิดประโยชน์ก็ฝากผมกลับมาเพื่อจะประชาสัมพันธ์บอกต่อผู้เข้ามาอ่านในเว็บนี้เพื่อเป็นฐานข้อมูล ซึ่งมีอยู่ 2 ท่านที่มอบใส่กระเป๋ากลับบ้านมาคือ

1. คุณกมลธนัช เอื้อปุณฑริก จากบริษัท แชมป์ อินเตอร์โปรดัคส์ จำกัด ธุรกิจที่ทำจะเป็น ผ้าเย็น ที่สามารถทำเป็นผ้าร้อนได้ในแพคเดียวกัน ผู้สนใจโทรติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 081-518-0099 ผมว่ากลุ่มเป้าหมายน่าจะเป็นพวกภัตตาคาร หรือรถทัวร์ที่นิยมแจกผ้าเย็น ลองคุยดูครับ เผื่อได้ราคาพิเศษ กว่าที่ใช้เจ้าประจำ

2. คุณจารุวรรณ สิงขรวัฒน์ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำ, เย็นตาโฟ "เจ้าหลงลูกชิ้นปลา" ตั้งร้านใกล้ห้างโรบินสัน บางรัก ปากซอยโรงแรมแชงกาลีร่า ถ้ากลัวไปแล้วโต๊ะเต็ม ก็โทรไปจองก่อนได้ที่ 089-1199-447 ถ้าเจอเธอ บอกว่ารู้มาจากเว็บไซต์อาจารย์สิทธิเดช คาดว่าคุณจารุวรรณจะเพิ่มลูกชิ้นให้มากเป็นพิเศษ

การสอนครั้งนี้มีช่วงที่ประทับใจครับ คือผู้เรียนท่านหนึ่งคือ คุณสุรินทร์ ทองคำ เขาเป็นคนหนุ่มที่คลุกคลีกับวงการไอที อีคอมเมิร์ชมานาน โดยเฉพาะอีเบย์นี่มีคนฝากเขาขายของเยอะมาก แต่เขายังไม่หยุดความรวยเพียงเท่านี้ ยังเปิดร้านขายโรตีกรอบออนไลน์อีกด้วย ที่น่าทึ่งคือการทำธุรกิจของเขา เขาเข้าไปเสิร์ชในยูทูปเห็นวิธีการทำโรตีกรอบ แล้วเขาก็เอาคลิปวิดีโอนั้นมาสอนลูกน้องเขาให้เรียนรู้วิธีทำ ไม่ต้องลงทุนซื้อแฟรนไชส์หรือจ้างพ่อครัวที่ไหนมาสอนเลย....

ช่วงสุดท้ายของการอบรมวันนั้น ผมสอนเรื่องความแตกต่างระหว่างการโฆษณากับประชาสัมพันธ์ และจะทำอย่างไรให้ขึ้นอันดับบนเสิร์ชเอ็นจิ้นต้นๆ....

วันรุ่งขึ้น ผมมีโอกาสปรึกษาคุณสุรินทร์ ว่าผมจะซื้อโรตีกรอบทางเว็บไซต์เขา แต่ขอให้เขาไปสร้างประสบการณ์ การสั่งของออนไลน์ ให้กับผู้เข้าอบรมชุดนี้ด้วย

วันนี้ (12 มิย.) ผมจะโอนเงินค่าโรตีจำนวน 40 ชิ้น เท่าจำนวนผู้เข้าอบรม ถือเป็นการแก้ตัวกรณีนำหนังสือไปไม่พอขาย หรือฝนตกไม่ทั่วฟ้า.....ส่วนคุณสุรินทร์ จะรับผิดชอบกระบวนการที่เหลือ คือ รับคำสั่งซื้อ และส่งของในวันอังคาร(16 มิย.) และวันพุธ (17 มิย.) นี้

ผมหวังว่าผู้เข้าอบรมในงวดนี้ คงจะเข้าใจเนื้อหาวิชาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ดีกว่ารุ่นที่แล้วๆ มา เพราะได้อ่านทั้งคู่มือ ได้ดูการปฏิบัติ และได้ชิม โรตีออนไลน์

ไม่เก่งวันนี้ ก็ไม่รู้จะไปเก่งวันไหนแล้ว!!!

0 ความคิดเห็น: