ความจริงข้อหนึ่งของโลกนี้คือ คนทุกคนมี “โอกาส” ไม่เท่ากัน นับตั้งแต่กำเนิดแล้ว บางคนเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย บางคนเกิดมา ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ก็ยากจนตามบิดามารดาทันที
แต่ก็ยังไม่มีเครื่อง “การันตี” ใดๆ ว่าคนที่เกิดมามีฐานะมั่งคั่ง จะไม่จนในวันข้างหน้า และคนที่เกิดมายากจนวันนี้ จะไม่มีวันลืมตาอ้าปากเป็นเศรษฐีไม่ได้ในอนาคต..
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับ “โอกาส” ว่าใครจะใช้ประโยชน์มันอย่างถูกทางหรือไม่ !?
ว่าไปแล้ว คนรวยน่าจะมี “โอกาส” มากกว่า เพราะมีทรัพย์สินมากพอที่จะบันดาลสิ่งต่างๆ เพื่อสร้าง”โอกาส” ให้กับตนเอง เช่น อยากมีธุรกิจ ก็เอาเงินของพ่อแม่ไปทุ่มซื้อมานั่งทำได้ ในขณะที่คนอีกจำพวกหนึ่งต้องเก็บหอมรอบริบ ต้องกู้เงินมาเพื่อทำธุรกิจของตัวเอง
ผมเคยฟังเจ้าของโรงงานผลิตเสื้อผ้าแห่งหนึ่งเล่าว่า “อย่าไปนั่งเสียเวลา อิจฉาคนรวยเลย บางครั้งพวกนี้ก็คิดว่าเอาเงินไปจ้างคนเก่งๆ คิดทำงานแทน แต่การทำงานมันผิดพลาดกันได้ ธุรกิจเกิดล่มขึ้นมา ลูกจ้างหนีหมด เจ้าของก็เอาตัวไม่รอด เพราะไม่เคยคิดทำอะไรเองเป็น ผิดกับคนที่ก่อร่างสร้างตัวจากหนึ่งสมองสองมือ พวกนี้มีเงินน้อยก็เลยต้องใช้สมองบ่อย ทำอะไรต้องมองความคุ้มค่า ความเสี่ยงไม่สูง โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็มีมาก”
หลายคนเข้าใจว่า “บิล เกตส์” ประสบความสำเร็จจากการเป็นเจ้าของบริษัท Microsoft Corporation ผู้ผลิตซอฟท์แวร์ระบบปฏิบัติการ Window ที่ใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เรารู้จักกันดี เพราะเขาเป็นคนที่สนใจในเรื่องคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สามารถเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ตั้งแต่อายุ 13 ขวบ นั่นอาจจะเป็นความจริงเพียงครึ่งเดียว!!
เพราะ 5 ปีแรกที่ตั้งบริษัท ไมโครซอฟต์เป็นเพียงบริษัทคอมพิวเตอร์เล็กๆ บิล เกตส์ เห็น “โอกาส” ว่าต่อไปเครื่องคอมพิวเตอร์จะเป็น ผลิตภัณฑ์ที่ทุกครัวเรือนต้องมีไว้ประจำบ้าน ดังนั้น เขาจึงมุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการ เพื่อขายควบคู่ไปกับเครื่องคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งปี ค.ศ. 1980 เขาขายสิทธิ์ระบบปฏิบัติการ DOS ให้กับบริษัท ไอบีเอ็ม ยักษ์ใหญ่ไอทีในยุคนั้นได้สำเร็จ ชื่อเสียง เงินทอง จึงหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย....
ภาพยนตร์เรื่อง Pirates of Silicon Valley ฉายเบื้องหลังเรื่องนี้ว่า บิล เกตส์ , สตีฟ บัลเมอร์ (ปัจจุบันเป็น ซีอีโอ ของบริษัท ไมโครซอฟต์) และพอล อัลเลน (ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟต์) เดินทางจากไมอามี่ ไปเจรจากับผู้บริหารบริษัท ไอบีเอ็ม โดยที่ยังไม่มีโปรแกรมดังกล่าวเลย !!!
เมื่อ ไอบีเอ็ม รับข้อเสนอของ บิล เขาส่ง อัลเลนไปเจรจากับทิม ปีเตอร์สัน เจ้าของบริษัท Seattle Computer Products ซึ่งได้เขียนโปรแกรมนี้อยู่แล้ว เพื่อนำมา “ต่อยอด” โดยขอซื้อสิทธิขาดด้วยราคา 5 หมื่นเหรียญ...
ระหว่างรอคำตอบ สตีฟ บัลเมอร์ ถามบิลว่าทำไม “กล้าเสี่ยง” ที่จะไปคุยกับไอบีเอ็มก่อนที่จะมีซอฟต์แวร์ตัวนั้นจริงๆ บิลตอบว่า ก็เพราะ “ความสำเร็จ” ไง...
เขาขยายความว่า “ผู้ประสบความสำเร็จ คือคนฉลาดที่ไม่ยอมเสียโอกาส....!”
“โอกาส” จึงถือเป็นปัจจัยต้นๆ ในการที่เราจะกำหนด หรือวางระบบจัดการต่างๆ ให้เหมาะกับเวลา, สถานที่ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ถ้ายังไม่เห็น “โอกาส” เราจะวางระบบจัดการได้อย่างไร!? เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า “ไม่เห็นน้ำ อย่าเพิ่งตัดกระบอก ไม่เห็นกระรอก อย่าเพิ่งโก่งหน้าไม้” ความหมายก็คือถ้ายังไม่เห็นปริมาณน้ำที่จะใช้ หากเสี่ยงตัดกระบอกสั้น หรือ ยาวเกินไป ก็ล้วนทำให้ “เสียโอกาส” ทั้งสิ้น
ถ้าเช่นนั้น “โอกาส” จะมาถึงเมื่อไหร่ !!???
คนบางคนนั่งรอโอกาส แต่สำหรับ บิล เกตส์ กลับสร้างโอกาสให้กับตัวเอง แม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ถ้าไม่เสี่ยง ก็ไม่มีโอกาส
เพื่อนผมคนหนึ่งชอบโทรมาปรับทุกข์เกี่ยวกับเรื่องราวในที่ทำงานของเขาอยู่ตลอดเวลา ทั้งในเรื่องระบบการทำงาน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ทำนองว่าคนเก่งไม่มีโอกาสก้าวหน้า แถมยังถูกเจ้านายกลั่นแกล้งอีก ช่วงแรกๆ ผมรู้สึก “หงุดหงิด” จะวางสายก็กลัวว่าจะเสียน้ำใจ เสียเพื่อน ก็ต้องตั้งใจฟัง และให้คำปรึกษาไปตามเรื่อง เพราะคิดว่าเพื่อนคงแค่หาคนรับฟัง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจเท่านั้น
ปรากฏว่าเขาเอาคำปรึกษาผมไปปฏิบัติ แล้วได้ผลดี คราวนี้เลยโทรมาเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ฟังบ่อยขึ้น จนบางทีผมรู้สึกว่า “เสียเวลาทำงาน” หากเป็นผู้อื่นก็คงบอกเลิกคบกันไปเพื่อที่ตัวเองจะได้มีเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่นบ้าง แต่ผมมาพิจารณาเรื่องของเขาดีๆ แล้วกลับเห็นว่ามันเป็นเรื่องราวที่มีความน่าสนใจมาก เพราะเป็นเรื่องจริง (True Story) ในบริษัทขนาดใหญ่ เขาอยู่ในระดับผู้บริหาร ดังนั้นเรื่องราวจึงเกี่ยวพันกับผู้คนจำนวนมาก หลากระดับ มีที่มา มีปัญหา มีความสัมพันธ์, มีส่วนขยายขอบข่ายของเรื่อง , มีการคลี่คลายปมปัญหา ผมจึงนำเรื่องเหล่านั้นมาเขียนเป็นพอคเก็ตบุคขาย ชื่อหนังสือว่า "เมื่อ SMEs จะมีเว็บไซต์" หารายได้ แทนเวลาที่เสียไป....
ผมเชื่อว่า หนังทีวีซีรียส์ยอดฮิตเรื่อง “สงครามนางฟ้า” ก็มาจากการหา “โอกาส” คล้ายๆ กันนี้ของผู้เขียนที่ใช้นามปากกาว่า “แอร์กี่”
ผมเคยดูหนังไทยเรื่อง “หม่ำ เดียว หัวเหลี่ยมหัวแหลม” เนื้อหาว่าด้วย หม่ำ ชายขาดเสน่ห์ กับนางเอกสาวสวยปานนางฟ้า แทบไม่มีหนทางไหนที่จะเป็นคู่กันได้ ถ้าไม่มี “น้องเดียว” ที่คอยบอกกระตุ้นหม่ำตลอดเวลาว่า ตนเป็นลูกในอนาคตที่เกิดจากหม่ำ และสาวสวยคนนั้น ทำให้ หม่ำเกิดความมั่นใจ มุมานะจนครอบครองหัวใจนางเอกได้สำเร็จ
ปิดท้ายภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีประโยคฝากให้กับผู้ชมด้วยว่า “โอกาส ก็เหมือนกับอากาศ ที่อยู่รอบๆตัวเรา ทุกครั้งที่เราสูดลมหายใจเอาอากาศเข้าปอดไป ก็อย่าลืมสูดเอาโอกาสเข้าไปด้วย.....”
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น