วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Can you help me

คิดเป็น ทำเป็นจึงมั่งมี ถอดรหัส 7 ร. 3 ท.
สูตรรวยอัดกระป๋องของ สุรัช แคนอินดัสทรี

Can you help me.

ประโยคนี้ ในภาษาอังกฤษส่วนใหญ่แปลว่า “คุณสามารถช่วยฉันได้ไหม?” ใครขืนไปแปลว่า “กระป๋อง คุณช่วยฉัน” คงเป็นเพียง ขำขัน บริหารขากรรไกแก้เครียด แม้ว่า Can อีกความหมายหนึ่งมันจะแปลว่า “กระป๋อง” จริงๆ ก็เถอะ

แต่สำหรับ ชายวัยใกล้เกษียณคนหนึ่ง กลับ “สามารถ” ใช้ “กระป๋อง” ให้เข้ามาช่วยปลดหนี้ 54 ล้าน ได้ในเวลา 3 ปี

หลังจากจบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ชายผู้นี้เลือกที่จะใช้รถเดินทางกลับประเทศไทย ในขณะที่คนส่วนใหญ่ใช้เครื่องบิน เขาบอกว่า แม้จะใช้เวลาเกือบสามเดือนแต่ก็เป็นวันเวลาที่สร้างประสบการณ์ให้ชีวิต เขายังตั้งความหวังต่อไปว่าจะขับรถจากกรุงเทพฯ กลับไปเยือนลอนดอนอีกครั้ง! โดยไม่สนใจวัย วันนี้จะย่างเข้า 59 ปีแล้ว...

สุรัช ตาลสุวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท สุรัช แคนอินดัสทรี จำกัด คือบุรุษ ผู้หลงใหลใน “เหล็ก” ย้อนเกร็ดอดีตว่า แม้จะเคยทำงานในธนาคารมาก่อน แต่เขาก็ใฝ่ฝันมาตลอดว่าจะต้องสร้างกิจการของตัวเองขึ้นให้ได้

“ทุกวันนี้ คนส่วนใหญ่ดูแต่นาฬิกาที่บอกเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์สมมุติขึ้น อย่างอังกฤษกับไทย เวลาเหมือนกัน นาฬิกาบอกเวลาไม่เหมือนกัน แต่นาฬิกาชีวิต เป็นสิ่งจีรัง หากเราสังเกตว่าในช่วงชีวิตหนึ่ง เราเกิดมา อายุ เด็กถึงวัยรุ่นต้องพึ่งเงินจากพ่อแม่ ช่วงจบการศึกษา ถึงสี่สิบปี เป็นช่วงที่ร่างกาย แข็งแรงที่สุด เรากลับไปช่วยสร้างฐานะให้คนอื่น ลืมนึกไปว่าแล้วช่วงห้าสิบไปแล้ว ร่างกายทรุดโทรมลง จะไปทำอะไร นายจ้างจะยังเลี้ยงเราต่อไปไหม?” สุรัชให้ข้อคิด แล้วเขาก็ตั้งนาฬิกาชีวิตให้เริ่มต้นทำธุรกิจ โดย กำหนด 7 ร.เรือเป็นเข็มทิศ

“เราจะทำธุรกิจอะไร เราต้อง รัก ในสิ่งนั้น ไปศึกษา หรือ เรียน ให้รู้ จะได้เริ่มต้นอย่างถูกต้อง และถ้าเริ่มต้นดีก็มีโอกาส รอด เราก็ไปต่อยอดให้เกิดความ รวย แล้ว ความรุ่งโรจน์ ก็ตามมา” เขาอธิบายความหมายของการเริ่มต้นกิจการ โดยสังเกตว่าประเทศที่เจริญ มักมีอุตสาหกรรมเหล็กเป็นหลัก โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งไม่มีทรัพยากรเหล็กในประเทศด้วยซ้ำ ต้องนำเข้าเหล็กจากบราซิล, ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย โดยซื้อเศษเหล็กมาในราคาต่อตันไม่กี่เหรียญ แต่พอผ่านเตาหลอม ถลุง และรีดผลิตออกมาสินค้า เช่นรถยนตร์ กลับสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล

“ผมมาศึกษาว่าเหล็กจะใช้อุตสาหกรรม 3 ประเภท คือ 1. ก่อสร้าง 2. อุตสาหกรรมทั่วไป 3. อุปโภค บริโภค ผมมองว่า ประเภทที่ 3 น่าจะเป็นตลาดใหญ่สุด เพราะคนใช้แล้วทิ้ง ต้องซื้อใหม่ เรื่อยๆ ผมเลยไปซื้อโรงงานทำกระป๋องมาแล้วก็เริ่มดำเนินการ ออกหาลูกค้าทุกวัน หกเดือนหาไม่ได้เลย จนกระทั่งวันหนึ่งไปเจอรถขนเหล็กคันหนึ่ง จอดคว่ำอยู่ ผมเห็นใจเขา เลยรับซื้อเหล็กที่เสียๆ เหล่านั้น เจ้าของโรงงานเหล็กแห่งนั้นประทับใจ เลยช่วยแนะนำลูกค้ารายแรกให้ เรื่องการให้ก่อนรับ เป็นสิ่งสำคัญ ทุกวันนี้ผมทำกระป๋องบรรจุสินค้าทั่วไป ทั้งแป้ง, สี, กาว, ยาขัดรถ, อาหารต่างๆ ก็เพราะผมเชื่อว่าจะช่วยให้เขาขายสินค้าได้ดีขึ้น เพราะคุณสมบัติของกระป๋องเมื่อเทียบกับบรรจุภัณฑ์ชนิดอื่นแล้วจะได้เปรียบกว่าในแง่ของความสวยงาม, ความคงทน, การเดินทางไกล และมีความปลอดภัย เคยมีเจ้าของธุรกิจแป้งฝุ่น เปลี่ยนไปใช้กระป๋องพลาสติกเพื่อลดต้นทุน ปรากฏว่ายอดขายหายไปนับสิบๆ ล้าน เขาต้องเปลี่ยนกลับมาใช้กระป๋องเหล็กตามเดิม”

นอกจากตลาดในประเทศแล้ว สุรัช ยังเปิดเผยด้วยว่า เขายังส่งสินค้าไปขายต่างประเทศด้วย ทั้งอเมริกา , ซาอุดิอาระเบีย และดูไบ โดยส่งออกไปในรูปของกระป๋องออมสิน และกระป๋องเปล่าเพื่อไปบรรจุสินค้าต่างๆ ที่ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละเจ้าของธุรกิจ
“อเมริกาจะชอบมาก ให้ออกแบบกระป๋อง บรรจุสินค้าคล้ายดินเหนียว เด็กที่แรกเกิด เขาก็จะเอาขามาปั๊มใส่ดินนี้ เขียนชื่อและวันที่เก็บไว้เป็นที่ระลึกในกระป๋องซึ่งสามารถเก็บรักษาได้นาน ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบว่าจะให้ผลิตกระป๋องออกมาในรูปลักษณ์ใดก็ได้ จึงทำให้ตลาดเรากว้างขึ้น”

ช่วงปี 2540 เป็นยุคที่ประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจ แน่นอนว่า กิจการของเขาก็หนีไม่พ้นผลกระทบ ยอดหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาท ทำให้เขาต้องคิดหนัก แล้วก็พบว่าเรื่องของ “คน” เป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้โรงงานกระป๋องแห่งนี้ขับเคลื่อนต่อไปได้ ดังนั้นแทนที่จะใช้วิธีลดคน หรือลดเงิน เขากลับเพิ่มค่าจ้างขึ้นไปอีก ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการที่จะให้ทุกคนทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อชำระหนี้และสร้างธุรกิจขึ้นมาอีกครั้ง
“การรักษาเครดิตเป็นเรื่องสำคัญ ธุรกิจควรมีเงินสำรองเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่ใช้ในโรงงาน ผมใช้วิธีการบริหารจากเครดิตที่ซัพพลายเออร์ให้มา เป็นเงินที่เราไม่ต้องกู้ ไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ไม่ต้องใช้เงินสดสำรอง แต่ต้องคำนวณรอบระยะเวลาเก็บเงินจากลูกค้าให้ดี เพื่อจะได้ไปชำระเขาให้ตรงเวลา เพื่อรักษาเครดิตต่อไป เวลาที่ผมเจอปัญหา ผมจะแยกมันเป็น 3 ท. ทหาร ท.แรกก็เหมือนทำนบที่กั้นวิถีทางเดินของธุรกิจ เราก็ต้องหา ท. ที่สอง คือทางออก ซึ่งผมเชื่อว่าทุกปัญหาต้องมีทางออก ถ้ามันไม่มีจริงๆ ก็ต้องใช้วิธี ท.ที่สาม คือ ทดแทน

สูตรลับฉบับอัดกระป๋องของ สุรัช ตาลสุวรรณ ทั้ง 7 ร. หรือ 3 ท. ใครจะนำไปใช้บ้างเขาไม่ห้าม....

แต่ใครจะถามเขาว่า Can you help me ? นั้น วันนี้ สุรัชตอบอย่างมั่นใจว่า

Yes, I can!

ส่วนจะแปลความหมายว่า “กระป๋อง” หรือ “ความสามารถ”นั้น สุรัช บอกว่า “ถูกทั้งคู่” !
************************************
ปล. คุณสุรัช ซื้อหนังสือ "คิดได้ขายเป็น บนโลกออนไลน์" ที่เมเจอร์ รังสิต แล้วเกิดติดใจในเนื้อหา เลยโทรศัพท์มาคุยกับผมที่ศูนย์อีคอมเมิร์ช พร้อมทั้งจะสมัครเรียนอบรมสร้างบล็อกในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ด้วย ระหว่างคุยกัน ผมได้ข้อคิดมากมาย เลยขอนำบางส่วนมาถ่ายทอดในเว็บไซต์อีกครั้ง หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านบ้าง....

0 ความคิดเห็น: