วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

ตรวจการบ้าน

อาจารย์ค่ะ ที่เรียนทำเว๊ป ทำได้บางส่วนแล้วค่ะ อาจารย์ลองดูที่ bear2you.blogspot.com
แต่มีปัญหาค่ะ
1. อยากสั่งซื้อหนังสือของอาจารย์ทั้ง 2 เล่มเลยค่ะ แต่ไปดูที่ดอกหญ้าชลบุรี เค้าบอกไม่มีแล้ว สั่งซื้อได้ไหม๊ค่ะ ถ้ามีขอเบอร์โอนเข้าบัญชี พร้อมราคาด้วยค่ะ

2. สถิติคนเข้าร้านหายไป (ลบทำใหม่หมด) ทำยังไงก็ไม่ขึ้น

3. ตรง WELCOME อยากทำให้อักษรใหญ่กว่านั้น ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ ไปทำงานก่อนค่ะ เดี๋ยวตอนเย็นจะกลับมาตกแต่งเพิ่มอีก

++++++++++++++++++++++++++++++++
1. หนังสือคิดได้ขายเป็นบนโลกออนไลน์ และ เมื่อ SMEs จะมีเว็บไซต์ ลองหาซื้อจากร้านซีเอ็ดก่อน (เพราะเขาเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย) น่าจะหาซื้อได้ แต่ถ้าหาแล้วไม่ได้รับความสะดวกประการใด ให้อีเมลหาผมก่อนวันเสาร์นี้นะครับ เพราะผมต้องไปที่ม.บูรพา ในวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553 ยังมีคิวต้องไปบรรยายเรื่อง "โอกาสธุรกิจและการพยากรณ์การตลาด" ให้กับ ผู้เรียน NEC รุ่น 2 อีกครั้ง ผมจะฝากหนังสือไว้กับคุณนุ้ย หรือคุณอี๊ด เจ้าหน้าที่ สำนักบริการวิชาการฯไว้ หรือโทรคุยกันได้ที่ 084-140-6000 (ระหว่างเวลา 9.00-12.00 น.)

2.-3. นั้น ลองส่ง Usename และ Password มาให้ผมทางอีเมลครับ จะช่วยจัดทำให้

+++++++++++++++++++++++++++++++++
เมื่อ 8 มีนาคม 2553, 8:50, karmin sukeson เขียนว่า:

Attn: อ.สิทธิเดช

From: คามิณ สุขีสนธิ์ NEC 1 / 2553

Blog ที่ อ.สอนให้ทำครับ

www.pattayaradio.blogspot.com/

รบกวน ช่วยเม้นท์ ด้วยครับ

แล้วจะมีเรื่องไว้ถาม อาจารย์อีกครับ

ขอบคุณครับ

คามิณ. พัทยา

++++++++++++++++++++++++++++++
สำหรับเรื่องทำเว็บของคุณ ต้องถือว่า ด้วยเวลาเพียงเท่านี้ คุณสามารถทำระบบที่ผมสอนได้เกือบทั้งหมด แถมยังสร้างแบนเนอร์ตรงหัวเว็บได้ด้วย อยากให้ช่วยไปสอนเพื่อนๆ ต่อด้วยนะครับ

หากมีเวลาเพิ่มแล้วคุณต้องการใช้บล็อกเป็นสื่อทางธุรกิจอย่างได้ผลจริงจังนั้น ขอแนะนำว่า

1. คลิปวิดีโอที่ไม่เกี่ยวข้องนั้น ไม่ควรนำมาลงให้คนอ่านไขว้เขวครับ ...ข้อนี้ไม่ได้ตำหนินะครับ เพราะสิ่งที่คุณทำส่งมานั้น เป็นสิ่งที่ผมบอกให้ส่งมาดูเป็นตัวอย่าง (ถ้าคลิปวิดีโอหนังเรื่องผีคนเป็น : เป็นผลงานของบริษัท ก็ควรให้เครดิตอย่างมืออาชีพเช่น ชื่อสคริป, บริษัท, ลูกค้า, แนวทางการนำเสนอ, เวลา, สื่อ (เพื่อเป็นสปอตฉายทางทีวี, โรงภาพยนตร์หรือเว็บไซต์) เพราะหากนำเสนออย่างลอยๆ คนก็จะไม่เข้าใจว่าคุณทำไปเพื่ออะไร?

2. การทำสื่อวิทยุก็สามารถถ่ายวิดีโอ บรรยากาศระหว่างการจัดรายการมานำเสนอได้อย่างมืออาชีพ

3. ผมเห็นคุณทำลิงค์ไปยังเว็บที่เปิดวิทยุได้ อยากให้อยู่ในตำแหน่งที่เด่นและคงที่ (ดังนั้น ไม่ควรอยู่ในส่วนของบทความ) โดยใช้วิธีเดียวกับการที่ผมสอนสร้างลิงค์ไปไทยรัฐ และตั้งหัวข้อห้องใหม่ ว่า (On Air หรือ Radio Room เป็นต้น)

4. รูปที่ลงแบนเนอร์หัวนั้น ผมว่ายังไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับธุรกิจเท่าไหร่ น่าจะเป็นรูปตอนจัดรายการ, ตัวอย่างสื่อโฆษณาที่เคยทำให้กับลูกค้า

5. เนื้อหาบางส่วนควรนำผลงาน, ภาพประกอบมาลง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือมากขึ้น

6. เกี่ยวกับเรา ควรแนะนำตัวเอง, ประสบการณ์ทำงาน ตั้งแต่เรียนจบ (เผื่อได้อดีตเพื่อนร่วมสถาบันมาเป็นลูกค้าด้วย)

7. ติดต่อกับเรา ควรมีสถานที่, Call Center, E-Mail เพื่อให้ลูกค้าอ่านพบแล้วสามารถติดต่อได้จริง

พยายามพัฒนาครับ ลองดูตัวอย่างเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับรายการวิทยุอื่นๆ ดึงข้อดีของเขามาใช้ และสร้างจุดแข็งของเรา ให้ลูกค้าอ่านแล้วอยากใช้มากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ฟัง ซึ่งเรายังไม่ได้บอกเลยว่าเหมาะกับใคร ณ ช่วงเวลาใด ถ้าเป็นไปได้ ใช้นักการตลาดมาวิเคราะห์ด้วยว่า สินค้าประเภทไหนควรใช้บริการจากเรา เพราะอะไร

วิทยุท้องถิ่นนั้น ได้เปรียบกว่าในการเจาะกลุ่มคนในบริเวณพื้นที่ เราก็ดึงร้านค้าที่อยู่ในบริเวณนั้นมาเป็นลูกค้า ช่วงแรกอาจขอเป็นคูปองส่วนลด ครึ่งหนึ่ง จ่ายค่าออนแอร์ครึ่งหนึ่ง (คิดค่าจัดทำสปอตราคามิตรภาพ) เพื่อให้ลูกค้าไปใช้บริการ วิธีนี้จะเป็นการเพิ่มฐานคนฟังอย่างรวดเร็ว พอมีคนฟังติด ค่อยขายสปอนเซอร์เต็มรูปแบบครับ

สอนอีคอมเมิร์ช NEC

หลังจากคลุกคลีอีคอมเมิร์ชมาหลายปี ผมรู้สึกว่าชอบสอนวิชานี้มากขึ้นทุกทีครับ เพราะเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์โดยตรง คือมีเว็บไซต์ขายของได้ทันที โดยเฉพาะสมัยนี้คนใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น ออกไปนอกบ้านรถก็ติด, ซื้อของตามห้าง ราคาก็แพง เพราะต้องบวกค่าเช่าที่เข้าไปด้วย คนจึงนิยมซื้อของผ่านร้านค้าออนไลน์มากขึ้น

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับเกียรติให้ไปเป็นผู้สอบสัมภาษณ์ผู้เข้าอบรมโครงการ NEC ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ผมพบว่า 70 % ของผู้ที่อยากเรียนโครงการนี้ ประสงค์จะขายของออนไลน์ เพราะประหยัดเงินลงทุน บ้างก็ยังทำงานประจำอยู่ แต่ก็สามารถใช้วันหยุดสร้างกิจการส่วนตัวของตนเองได้ มั่นคงเมื่อไรก็ค่อยลาจากสภาพลูกจ้าง



วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม 2553 ผมต้องไปสอนวิชาอีคอมเมิร์ช ให้กับผู้เข้าอบรมโครงการ NEC ที่มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึงบ่ายสี่โมงเย็น ไปครั้งนี้ต้องยอมรับว่าเตรียมการมาดี เพราะมีประสบการณ์จากการสอนรุ่นที่แล้วๆ มา

ปัญหาที่เจอในอดีต ก็คือ มุ่งเน้นเรื่องสร้างร้านค้าออนไลน์มากเกินไป, ขาดการติดตามอย่างต่อเนื่อง และพื้นฐานของผู้เรียนบางคนยังไม่เท่ากัน

มาครั้งนี้ผมจึงต้องปูพื้นฐานการตลาดโฉมใหม่เพื่อให้เข้าใจหลักการแบบง่ายๆ หลังจากใช้เวลาประมวลข้อมูลมาแรมเดือน ถ่ายภาพธุรกิจตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่ริมถนนไปจนถึงศูนย์การค้าขนาดใหญ่ เพื่อหาปัจจัยร่วมในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

ไม่นาน ผมก็ค้นพบกฏ NEMESIT (เนเมสิทธิ์)

สูตรนี้จะทำให้ผู้เข้าอบรมเทียบเคียงกับธุรกิจที่ตนจะทำว่าครบองค์ประกอบในการสร้างความสำเร็จหรือไม่ ?
เพราะเว็บไซต์เป็นเพียงแค่ ช่องทางการติดต่อสื่อสารเท่านั้น, การทำธุรกิจ ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่มาก

สูตร NEMESIT ขยายความได้ดังนี้

N = Name การตั้งชื่อไม่ว่าจะเป็นชื่อสินค้า หรือโดเมนเนมต้องมีความน่าสนใจ ชื่อเรียกนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง แบรนด์ภายในใจของผู้บริโภคด้วย พัฒนาให้ดียังเป็นสินทรัพย์ แบบ "โค้ก" ได้อีก (คนบางคนแค่เปลี่ยนชื่อ ลูกหนี้ที่เคยทำท่าว่าจะเบี้ยวหนี้ พรุ่งนี้รีบเอาเงินมาคืนก็มี)

E คือ Electronic & Technology การนำเครื่องอิเล็คทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์,โทรศัพท์มือถือ, พีดีเอ และการลงทุนเรื่องเทคโนโลยี เป็นสิ่งจำเป็นในปัจจุบันแล้ว แต่ควรคำนึงถึงประสิทธิภาพ, ความคุ้มค่าในการลงทุน ในกรณีนี้ผมยกตัวอย่างความสำเร็จของ MK และความล้มเหลวของร้านอาหารแห่งหนึ่งให้เห็นภาพชัด ว่า เทคโนโลยีไม่ใช่หลักประกันความสำเร็จ ลงทุนผิดทาง นอกจากเปลืองเงินแล้วภายหลังก็ต้องมานั่งรื้อทิ้งอยู่ดี

M หมายถึง Media หรือ Message ทั้งสองคำนี้กินความถึงการสื่อสารและการเลือกใช้สื่อ เมื่อมีธุรกิจจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแจ้งให้กลุ่มเป้าหมายทราบด้วยข้อความที่สร้างความต้องการของผลิตภัณฑ์, อยากใช้ และน่าเชื่อถือ แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกสื่อที่เหมาะสมด้วย

E ตัวที่สองหมายถึง Effective คือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ถ้าขายสินค้าที่ไม่ดี ก็ขายได้เพียงครั้งเดียว แต่หากขายของดี ลูกค้าที่เคยใช้จะนำไปบอกต่อเป็น Viral Marketing

S คือ Strengths การทำธุรกิจ ผู้ประกอบการควรมีจุดแข็ง สิ่งนี้จะทำให้คู่แข่งเข้ามาแย่งตลาดได้ยาก และที่สำคัญยังเป็นจุดที่เรานำมาโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าต้องเจาะจงมาใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา

I คือ Income หมายถึงที่มาของรายได้ เช่น การขายอาหาร ไม่จำเป็นต้องมีรายได้จากอาหารอย่างเดียว หากถ้วยชามสวยงามก็ขายพ่วงได้ ถ้าอยู่ในทำเลที่ดี มีผู้มาใช้บริการเยอะ บนโต๊ะแทนที่จะเป็นลายไม้ก็ยังขายเป็นพื้นที่โฆษณาได้ ถ้าทำเว็บไซต์ขายของไม่ดี แต่เนื้อหามีประโยชน์ เขานิยมเข้าไปอ่าน ก็ขายแบนเนอร์หรือทำ Google Adsence ได้เช่นเดียวกัน

T หมายถึง Test การทดสอบนี้ กินความสองช่วงคือ ช่วงแรกก่อนที่จะวางตลาดของสินค้า ต้องมีการทำวิจัยก่อนว่า ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ ตรงกับกลุ่มเป้าหมายใด รสชาติ, ราคา เป็นที่ยอมรับได้ จึงค่อยลงมือผลิต เมื่อผลิตเพื่อขายแล้ว ก็มาถึงช่วงทดสอบที่สอง คือจำเป็นจะต้องหากลยุทธ์เพื่อให้ลูกค้าได้ "ทดลอง" ผลิตภัณฑ์นั้น เช่นการจัดโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม

ด้วยกฏนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการฯ เข้าใจว่าธุรกิจที่ตนจะทำนั้น มีแผนการต่างๆ รองรับเรียบร้อย จึงจัดทำเว็บไซต์ กว่าจะเข้าใจภาคทฤษฏีก็กินความไปเกือบสามชั่วโมง ดังนั้นการเรียนในภาคบ่ายแม้จะเป็นการทำเว็บไซต์ แต่ก็มุ่งที่จะให้ผู้เรียนเข้าใจการสร้างระบบ และขั้นตอนการทำงาน มากกว่าจะเน้นประเด็น "คุณภาพ" ของเว็บ เพราะเมื่อพวกเขาเข้าใจแล้ว ก็จะไปสามารถสร้างเองกี่เว็บก็ได้ แล้วก็ค่อยๆ ไปปรับปรุงเนื้อหาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น (ซึ่งเรื่องนี้ต้องใช้เวลาพัฒนากันต่อไป)

ปัญหาเรื่องเทคนิคการสร้างเว็บไซต์ตกไป, ส่วนการติดตามนั้น ผมท้าพวกเขาว่าหากใครสามารถส่งเว็บไซต์อย่างน้อย 3 เว็บเพจ ที่ประกอบด้วย ข้อความ, ภาพนิ่ง และวิดีโอคลิปได้ ภายในวันพรุ่งนี้ (8 กพ.53) ตั้งแต่ตะวันขึ้นยันตะวันตก จะส่งบทความของหนังสือเล่มใหม่ (ซึ่งตอนนี้เขียนเสร็จ 3 บทแล้ว) ไปให้อ่านก่อนตีพิมพ์

ปรากฏว่าตั้งแต่เจ็ดโมงเช้ามีผู้ทะยอยส่งเว็บมาให้ตรวจกันแล้ว..... ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ "รางวัล" มีความน่าสนใจรึเปล่า คนเลยอยากได้กันมาก (เรื่องแบบนี้ ถ่อมตัวกันมากไม่ได้ครับ)

อ้อ.....เกือบลืมไปสำหรับ ปัญหาสุดท้ายที่ผู้เรียนมีพื้นฐานแตกต่างกันนั้น ไม่ต้องห่วงครับ พอผมบอกว่าถ้าใครทำเว็บไม่เสร็จ ไม่ให้ออกจากห้องไปรับประทานอาหารกลางวัน....

ภาพที่ผมเห็นตรงหน้าก็คือ ทุกคนสามัคคี ช่วยเพื่อนๆ ทำเว็บจนเสร็จครบถ้วน

มื้อกลางวันนั้น จึงไม่มีใครอดรับประทาน "ราดหน้าหมู+กุ้ง" อันแสนอเร็ด!!!

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ปล. จริงๆ แล้วผมอยากตั้งกฏว่า NERAMIT แต่พอมาดูความหมายของ เนรมิตร แล้ว มันคงเป็นไปไม่ได้ครับ เพราะ "ความสำเร็จ" นั้น มันต้องลงมือทำ มัน "เสก" หรือ "เนรมิตร" กันไม่ได้จริงๆ !!!!

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

ขายบ้านราคาถูก


น้องชายผมฝากประกาศขายบ้านเดี่ยวในหมู่บ้านเฟื่องสุข ตั้งอยู่ที่ตำบล บางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ในโครงการนี้มีสโมสร สระว่ายน้ำ ฟิตเนส และสวนสาธารณะ ตอนนี้ทั้งโครงการขายหมดแล้ว ในราคาหลังละ 1.75 ล้านบาท
สำหรับหลังที่จะขายอยู่ซอย 3 ไม่ลึกมาก เป็นบ้านใหม่สองชั้น สภาพแวดล้อมดี ขายเพียงหลังละ 1.6 ล้านบาท ใครสนใจก็โทรติดต่อผมได้ที่ 0841406000 (ถ้าโอนก่อนวันที่ 18 มีนาคมนี้ จะเสียภาษีถูก) ถ้าใครต้องการหาที่อยู่ย่านบางบัวทอง ไม่ควรพลาดนะครับ เพราะเหลือเพียงหลังเดียวเท่านั้น

วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

ธุรกิจอาหาร

วันพฤหัสที่ 18 มีนาคม 2553 ผมต้องไปบรรยายเรื่องการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร ซึ่ง สถาบันอาหารจัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ช่วงนี้ผมออกจากบ้านไปไหนจึงต้องพกกล้องติดตัวไปด้วย ไปสำรวจดูว่าตอนนี้ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารเขาขายอะไรบ้าง และใช้กลยุทธ์ในการทำตลาดอย่างไร อย่างภาพบนนี่เป็นการขายขนมถังทอง (คล้ายๆ กับขนมถังแตก แต่หลายคนไม่ค่อยอยากกินเพราะชื่อ กลัวกินไปแล้วถังแตกรึไงไม่รู้) เจ้านี้เขาทำด้วยการใส่ไส้เป็นพวกทองหยิบ มีคนให้ความสนใจเพราะกลายเป็นความแปลกใหม่ ร้านนี้เป็นบู๊ทชั่วคราวตั้งอยู่ชั้นสอง หน้าโฮมโปร ในห้างคาร์ฟู ถนนรัชดาภิเษก
ส่วนชั้นล่างมีขนมเครปของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งปกติราคา 40 กว่าบาทขึ้นไป แต่บางช่วงเขาก็มีโปรโมชั่น ประเภทเดี๋ยวนี้ โดยทำเป็นชิ้นเล็ก ขายราคาเยาว์ 20 บาทให้ลูกค้าไปลองชิมก่อน

กาแฟ Made To Order แม้ว่าจะมีรสชาติหลักให้เลือก แต่ป้ายก็ยังบอกให้ลูกค้าสั่งได้ ว่าจะเอาหวาน, ขม, อ่อน, เข้ม อย่างไรเพิ่มได้อีก บู๊ทตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก

ร้านนี้น่าสนใจ ด้วยป้ายเรียกลูกค้าขนาดใหญ่หน้าห้าง ฟอร์จูน ทาวน์ ตั้งอยู่ชั้น 1 แถมหน้าร้านยังมีทีวีโชว์วิธีทำอาหาร ผมไปช่วงเที่ยง คนเต็มร้านเสมอ (เดิมเป็นร้านขายไอศครีม)

ทีวีที่แสดงวิธีปรุงอาหาร เมื่อวิธีการน่าสนใจ ก็เหลือเพียงแค่ลิ้มลองรสชาติ ก็เดินตรงเข้าไปเลือกเมนูได้ทันที

ร้านกาแฟสมัยนี้ นอกจากรสชาติ และราคาจะเป็นจุดขายแล้ว ยังต้องมี อินเทอร์เน็ตไร้สาย ไว้บริการด้วยในยุคสังคมดิจิตอล (ร้านกาแฟบางที่กลายเป็นสำนักงานของคนเริ่มต้นธุรกิจไอที : นัดพบปะลูกค้าสรุปงานรวมถึงนั่งประมูลของจากอีเบย์)

การให้สิทธิพิเศษกับสมาชิก เฉพาะวันพุธ ลด 50 %

ร้านอาหารฟาส์ตฟู๊ด ที่ไม่ได้พึ่งพารายได้จากเฟรนไฟส์ หรือ แฮมเบอร์เกอร์เพียงอย่างเดียว ยังขายของเล่นได้ด้วย
แม้ลูกค้าจะแน่นร้าน ก็ยังต้องมีพนักงานคอยแจกโบว์ชัวร์ เพื่อเรียกลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มอยู่ตลอดเวลา

ถ้าทำป้ายโปรโมชั่น ต้องมีความโดดเด่น ป้ายนี้สูงกว่าเด็ก 12 ขวบเสียอีก แต่อย่าคาดหวังว่าจะได้กาแฟแก้วละ 25 บาท สูงกว่าฝ่ามือ
ปกติจะเห็นชาวอินเดียเข็นขายโรตี แต่เดี๋ยวนี้มีโรตีในห้างที่ขายควบกับชาชักแล้ว แนะนำว่าอย่าสั่งแบบซูเปอร์ ถ้ามาคนเดียว แม้ว่าจะมีโปรโมชั่นลด 5 บาท จากปกติ 50 บาท เพราะคุณจะได้กินโรตีที่มีแป้งสองก้อนผนวกกับไข่อีกสองฟอง!!!
ผลไม้สดก็เหมือนกัน เดี๋ยวนี้ก็เข้ามาขายในห้างด้วยสโลแกนว่า "กินผลไม้ ไม่อ้วน" ดึงดูดใจคนรักสุขภาพ และยังคงสไตล์ผลไม้รถเข็น โดย สับสด หั่นสด
ร้านบุฟเฟ่ต์ บางที่ปกปิดราคาที่ลูกค้าต้องจ่าย เช่นเพิ่มค่าบริการ 10 % แต่ร้านนี้ประกาศชัดเจนว่าไม่บวกเพิ่มใดๆ ทั้งสิ้น แถมจ่าย 200 บาท ยังมีตังค์ทอนอีก

บนโต๊ะรับประทานอาหาร ยังใช้เป็นพื้นที่โฆษณาผลิตภัณฑ์ภายในร้านได้อีก
ร้านอาหารกับทีวีเป็นของคู่กัน สมัยก่อนถ้ามีการชกมวยชิงแชมป์โลก เช่น เขาทราย ร้านจะแน่นขนัดไปด้วยคน เพราะการเชียร์มวยในสถานที่มีคนเยอะๆ ใจตรงกัน มันส์กว่านั่งดูคนเดียวอยู่บ้านแน่นอน
ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ผมรับประทานประจำที่ชั้นใต้ดินฟอร์จูน สมัยก่อนก็เปิดทีวีโชว์สารคดีสัตว์โลก เคล้ากับเพลงญี่ปุ่น ได้บรรยากาศแปลกๆ ดี
แต่วันนี้ เจ้าของร้านฯ ได้ถอดทีวีขนาด 32 นิ้วเครื่องนั้นออกไปแล้ว
ผมถามเหตุผล
พนักงานเสิร์ฟบอกว่า ลูกค้าแย่งช่องกันดู เจ้าของร้านไม่รู้จะเอาใจใคร ตัดปัญหาเลยยกออกเสียเลย
วันนี้นอกจากไม่มีทีวีแล้ว
เพลงญี่ปุ่นก็พลอยหายไปด้วย
เหลือแต่เสียงเพลงไทยแว่วมาเบาๆ............
ชื่อเพลงนั้น ผมจำได้แม่น เพราะเป็นเพลงที่คุณพ่อผมชอบ...
เพลงนั้นชื่อ "น้ำตาแสงไต้" !!!

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

ทายนิสัยจากอีเมล

ต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องการทำนาย ทายทักมากนัก แต่เรื่องเหล่านี้มักมีให้ดูตามสื่อต่างๆ ถ้าจะต้องอ่านต้องดูก็เพื่อเตือนสติตัวเอง ว่าช่วงไหน ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น ไม่ให้ประมาท (ผมมานั่งคิดภายหลังว่า ถ้าเป็นไปได้ก็ควรมีสติทุกช่วงนั่นแหละจะดีที่สุด แต่คนเราก็ลืมกันได้ การอ่านหนังสือประเภทนี้จึงเหมือนสิ่งเตือนใจ แต่ไม่ต้องถึงขนาดวิตกจริตเกินไป จะเป็นทุกข์เปล่าๆ เหมือนได้ใบเซียมซีที่ไม่ดีจากวัด เขาก็บอกว่าอย่าเอากลับบ้าน)

เรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้เหล่านี้ ระบาดเข้าไปในแวดวงไอทีด้วย ล่าสุดผมเก็บเนื้อหา มาจากสื่อที่แจกตามร้านคอมฯ ชื่อ SYNNEXTRA ส่วนใหญ่เป็นแคตาล็อกสินค้าเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ แต่ท้ายเล่มจะมีสาระความรู้ มาสะดุดตาก็ตรงหัวเรื่องทายใจบอกนิสัย จากการดูตัวอักษรขึ้นต้นของอีเมลนี่แหละ.....

ขึ้นต้นด้วย A J S
คุณเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ ชอบทำอะรใหม่ๆ อยู่เสมอ ถ้าจะทำงานสักชิ้นต้องเป็นงานที่โดดเด่น ได้แสดงออกถึงความสามารถของตน นอกจากนั้นจะเป็นพวกชอบเดินทางผจญภัย ถ้ามีแฟนจะเป็นคนที่ไม่ให้คำสัญญาใดๆ ที่เป็นการผูกมัด

ขึ้นต้นด้วย B K T
เป็นคนร่าเริงกระฉับกระเฉง ชอบโต้แย้งความคิดเห็น ชีวิตของคุณจะดำเนินไปตามความรู้สึกและอารมณ์ ไวต่อสิ่งรอบข้าง ไม่ค่อยให้ความสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งนาน ค่อนข้างไฮเปอร์ แต่เป็นคนที่ไม่ยอมย่อท้อต่อปัญหาที่เข้ามาในชีวิต

ขึ้นต้นด้วย C L U
เป็นคนมองโลกในแง่ดี อ่อนโยน เข้ากับคนง่าย มีความสามารถพิเศษในการติดต่องาน แต่มีโลกที่ผู้อื่นยากเข้าถึง ไม่ค่อยเผยแพร่ความต้องการของตัวเองให้คนอื่นรู้ ชอบทำงานศิลปะ ให้ความสำคัญกับจินตนาการ

ขึ้นต้นด้วย D M V
ค่อนข้างมีระเบียบในชีวิตทั้งเรื่องส่วนตัวและครอบครัวทำงาน ทำอะไรก็ต้องเรียบร้อยหมด ไม่ชอบชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงเท่าไรนัก เป็นคนขยัน หนักแน่น อดทน เหมาะกับการเป็นผู้นำ

ขึ้นต้นด้วย E N W
นิสัยซอกแซก เห็นทุกเรื่องน่าสนใจไปหมด ชอบทดสอบทดลองทุกอย่างด้วยตนเอง เป็นพวกอยากรู้อยากลอง แต่ถ้าเป็นเรื่องของคุณ ใครอย่ามายุ่ง จะปิดบังไว้อย่างดี เป็นคนขี้ระแวงไปนิด ไม่เชื่อใครง่าย จนกว่าจะได้พิสูจน์ว่าเขาดีจริง

ขึ้นต้นด้วย F O X
เป็นคนอ่อนโยน มีน้ำใจกับทุกคน ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง เกลียดการกระทำที่หยาบคาย ให้ความสำคัญกับครอบครัวอันดับหนึ่ง อยากให้คนใกล้ชิดมีความสุขรักใคร่กัน แต่ข้อเสียคือไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง ชอบหนีปัญหา

ขึ้นต้นด้วย G P Y
เป็นคนรักความปราณีต จะต้องให้สมบูรณ์ทุกกระบวนการ ชอบความหรูหราเริ่ดหรู รสนิยมดี รักศักดิ์ศรีไม่ยอมใครง่ายๆ แต่ถ้าเจอคนถูกใจแล้วเท่าไหร่ก็เท่ากันยอมได้ทุกอย่าง

ขึ้นต้นด้วย H Q Z
มีน้ำอดน้ำทนสูงกับทุกเรื่อง ไม่ว่าเป็นปัญหาส่วนตัวหรือเรื่องอื่น เข้าใจโลกและเข้าใจชีวิต เป็นนักแก้ปัญหาด้วยความรอบคอบอย่างมีเหตุผล ไม่ค่อยวางใจคนอื่นเพราะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง

ขึ้นต้นด้วย I R
เป็นนักอุดมคติ มีความคิดทันสมัย บางครั้งถึงขั้นล้ำสมัย ชอบหาเหตุและผลให้กับทุกเรื่อง ชอบทำงาน เพื่อส่วนรวมมีน้ำใจ ใจกว้าง เปิดโอกาสให้คนอื่นแสดงความคิดเห็น แม้ตัวเองจะไม่เห็นด้วยก็ตาม

ช่วงแรกผมดูแบบไม่สนใจมากนัก เพราะผมมีอีเมลส่วนตัวถึง 3 บัญชีด้วยกัน ทายอย่างไร ก็คงสะเปะ สะปะ แน่นอน แต่พอมานั่งพิจารณาอีเมลที่ผมมีทั้งหมด ไล่เรียงตามลำดับที่เปิด คือ Bananaclick@gmail.com, Kong007@gmail.com, Thaimarketonline@gmail.com

ทั้ง 3 บัญชีนี้กลับอยู่ในกลุ่มที่ตรงกันอย่างเหลือเชื่อ...
เลยอยากจะนำข้อมูลนี้ มาเผยแพร่ให้ท่านผู้อ่านช่วยพิสูจน์ดูว่า ตรงกับอุปนิสัยของท่านหรือไม่ ?
ได้ผลอย่างไรก็อีเมลมาคุยกันครับ!!!